13 มกราคม 2563

นิทานสูตรที่ ๒ - ธรรมชาติ ๓ อย่างนี้ เป็นเหตุให้เกิดกรรม

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ธรรมชาติ ๓ อย่างนี้ เป็นเหตุให้เกิดกรรม 

๓ อย่างเป็นไฉน 
คือ ความพอใจย่อมเกิดเพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอดีต ๑ 
ความพอใจย่อมเกิดเพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอนาคต ๑ 
ความพอใจย่อมเกิดเพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในปัจจุบัน ๑ 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ก็ความพอใจ ย่อมเกิดเพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอดีตอย่างไร 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
บุคคลปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอดีต ตรึกตรองตามด้วยใจ 
เมื่อเขาปรารภธรรม อันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอดีต ตรึกตรองตามอยู่ด้วยใจ ย่อมเกิดความพอใจ 
ผู้ที่เกิดความพอใจแล้ว ย่อมประกอบด้วยธรรมเหล่านั้น  

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
เรากล่าวความกำหนัดแห่งใจนั้นว่าเป็นสังโยชน์ 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ความพอใจย่อมเกิดเพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอดีตอย่างนี้แล 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ก็ความพอใจย่อมเกิดเพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอนาคตอย่างไร 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
บุคคลปรารภธรรมอันที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอนาคต ตรึกตรองตามด้วยใจ 
เมื่อเขาปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอนาคต ตรึกตรองตามอยู่ด้วยใจ ย่อมเกิดความพอใจ 
ผู้ที่เกิดความพอใจแล้ว ย่อมประกอบด้วยธรรม เหล่านั้น 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
เรากล่าวความกำหนัดแห่งใจนั้นว่าเป็นสังโยชน์

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ความพอใจย่อมเกิดเพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอนาคตอย่างนี้แล 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ก็ความพอใจย่อมเกิดเพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในปัจจุบันอย่างไร 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
บุคคลปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในปัจจุบัน ตรึกตรองตามด้วยใจ 
เมื่อเขาปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในปัจจุบัน ตรึกตรองตามอยู่ด้วยใจ ย่อมเกิดความพอใจ 
ผู้ที่เกิดความพอใจแล้ว ย่อมประกอบด้วยธรรมเหล่านั้น 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เรากล่าวความกำหนัดแห่งใจนั้นว่าเป็นสังโยชน์ 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ความพอใจย่อมเกิดเพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในปัจจุบันอย่างนี้แล 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ธรรมชาติ ๓ อย่างนี้แล เป็นเหตุให้เกิดกรรม 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ธรรมชาติ ๓ อย่างนี้เป็นเหตุให้เกิดกรรม 

๓ อย่างเป็นไฉน 
คือ ความพอใจย่อมไม่เกิดเพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอดีต ๑ 
ความพอใจย่อมไม่เกิดเพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอนาคต ๑ 
ความพอใจย่อมไม่เกิด เพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในปัจจุบัน ๑ 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ก็ความพอใจย่อมไม่เกิด เพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอดีตอย่างไร

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
บุคคลรู้ชัด ซึ่งวิบากต่อไปของธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอดีต 
ครั้นแล้วละเว้นวิบากนั้นเสีย 
ครั้นแล้ว ฟอกด้วยใจ เห็นตลอดด้วยปัญญา 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ความพอใจย่อมไม่เกิดเพราะปรารภธรรมอัน เป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอดีตอย่างนี้แล 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ก็ความพอใจย่อมไม่เกิดเพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอนาคตอย่างไร 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย
บุคคลรู้ชัดซึ่งวิบากต่อไปของธรรมอันเป็นที่ตั้งฉันทราคะในอนาคต 
ครั้นแล้วละเว้นวิบากนั้นเสีย 
ครั้นแล้วฟอกด้วยใจ เห็นตลอดด้วยปัญญา 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ความพอใจย่อมไม่เกิด เพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในอนาคตอย่างนี้แล 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ก็ความพอใจย่อมไม่เกิดเพราะปรารภธรรม อันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในปัจจุบันอย่างไร 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
บุคคลรู้ชัดซึ่งวิบากต่อไปของธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในปัจจุบัน 
ครั้นแล้วละเว้นวิบากนั้นเสีย 
ครั้นแล้วฟอกด้วยใจ เห็นตลอดด้วยปัญญา 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ความพอใจย่อมไม่เกิดเพราะปรารภธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งฉันทราคะในปัจจุบัน อย่างนี้แล 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ธรรมชาติ ๓ อย่างนี้แล เป็นเหตุให้เกิดกรรม ฯ
___________
พระไตรปิฎกไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๒๐ ข้อที่ ๕๕๒

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น