ชานุสโสณีพราหมณ์. ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระองค์ย่อมตรัสว่า นิพพานอันผู้ได้บรรลุจะพึงเห็นเอง ดังนี้
ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอแล นิพพานจึงเป็นคุณชาติอัน
ผู้ได้บรรลุจะพึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดู ควรน้อมเข้ามา อันวิญญูชนพึง
รู้เฉพาะตน
ดูกรพราหมณ์
บุคคลผู้กำหนัด อันราคะครอบงำ
มีจิตอันราคะกลุ้มรุมแล้ว
ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียนตนเองบ้าง
ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียนคนอื่นบ้าง
ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียนตนเองและคนอื่นทั้งสองฝ่ายบ้าง
ย่อมเสวยทุกข์โทมนัสที่เป็นไปทางจิตบ้าง
เมื่อละราคะได้เด็ดขาดแล้ว
ย่อมไม่คิดแม้เพื่อจะเบียดเบียนตนเอง
ย่อมไม่คิดแม้เพื่อจะเบียดเบียนคนอื่น
ย่อมไม่คิดแม้เพื่อจะเบียดเบียนตนเองและคนอื่นทั้งสองฝ่าย
ย่อมไม่เสวยทุกข์โทมนัสที่เป็นไปทางจิต
ดูกรพราหมณ์
แม้ด้วยเหตุดังกล่าวมาฉะนี้แล นิพพานย่อมเป็น
คุณชาติอันผู้ได้บรรลุจะพึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดู ควรน้อมเข้ามา อันวิญญูชนพึง รู้เฉพาะตน
ดูกรพราหมณ์
บุคคลผู้โกรธ อันโทสะครอบงำ มีจิตอันโทสะกลุ้มรุมแล้ว
ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียนตนเองบ้าง
ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียนคนอื่นบ้าง
ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียนตนเองและคนอื่นทั้งสองฝ่ายบ้าง
ย่อมเสวย ทุกขโทมนัสที่เป็นไปทางจิตบ้าง
เมื่อละโทสะได้เด็ดขาดแล้ว
ย่อมไม่คิดแม้เพื่อจะเบียดเบียนตนเอง
ย่อมไม่คิดแม้เพื่อจะเบียดเบียนคนอื่น
ย่อมไม่คิดแม้เพื่อจะเบียดเบียนตนเองและคนอื่น ทั้งสองฝ่าย
ย่อมไม่เสวยทุกขโทมนัสที่เป็นไปทางจิต
ดูกรพราหมณ์
แม้ด้วยเหตุดังกล่าวมาฉะนี้แล นิพพานย่อมเป็น คุณชาติอันผู้ได้บรรลุจะพึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดู ควรน้อมเข้ามา อันวิญญูชนพึง รู้เฉพาะตน
ดูกรพราหมณ์
บุคคล
ผู้หลง อันโมหะครอบงำ มีจิตอันโมหะกลุ้มรุมแล้ว
ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียนตนเองบ้าง
ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียนคนอื่นบ้าง
ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียนตนเองและคนอื่นทั้งสองฝ่ายบ้าง
ย่อมเสวย
ทุกขโทมนัสที่เป็นไปทางจิตบ้าง
เมื่อละโมหะได้เด็ดขาดแล้ว
ย่อมไม่คิดแม้เพื่อจะเบียดเบียนตนเอง
ย่อมไม่คิดแม้เพื่อจะเบียดเบียนคนอื่น
ย่อมไม่คิดแม้เพื่อจะเบียดเบียนตนเองและคนอื่น
ทั้งสองฝ่าย
ย่อมไม่เสวยทุกขโทมนัสที่เป็นไปทางจิต
ดูกรพราหมณ์
แม้ด้วยเหตุดังกล่าวมา
ฉะนี้แล นิพพานย่อมเป็นคุณชาติอันผู้ได้บรรลุจะพึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดู ควรน้อมเข้ามา อันวิญญูชนพึง รู้เฉพาะตน
ดูกรพราหมณ์
ในเมื่อบุคคลนี้
เสวยธรรมเป็นที่สิ้นราคะอันไม่มีส่วนเหลือ
เสวยธรรมเป็นที่สิ้นโทสะอันไม่มีส่วนเหลือ เสวยธรรมเป็นที่สิ้นโมหะอันไม่มีส่วนเหลือ นิพพานย่อมเป็นคุณชาติอันผู้ได้บรรลุจะพึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดู ควรน้อมเข้ามา อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน ดังได้กล่าวมา
แล้วแล ฯ
ชานุสโสณีพราหมณ์. ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้ง
นัก ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนักพระองค์ทรงประกาศธรรมโดยอเนกปริยาย เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำเปิดของที่ปิด บอกทางแก่ผู้หลงทาง หรือ
ส่องประทีปในที่มืดด้วยหวังว่าคนมีจักษุจักเห็นรูป ฉะนั้น ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ข้าพระองค์นี้
[พร้อมด้วยบุตร ภริยาบริษัทและอำมาตย์] ขอถึงพระองค์กับทั้งพระธรรม และพระภิกษุสงฆ์ เป็นสรณะขอท่านพระโคดมโปรดทรงจำข้าพระองค์ว่า เป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต จำเดิมแต่วันนี้เป็นต้นไป ฯ
_____________________
พระไตรปิฎกไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๒๐ ข้อที่ ๔๙๕