กายคตาสติอันภิกษุรูปใดรูปหนึ่งเจริญแล้วกระทำให้มากแล้ว กุศลธรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นไปในส่วนวิชชา ย่อมหยั่งลงในภายในของภิกษุนั้น
เปรียบเหมือนมหาสมุทรอันผู้ใดผู้หนึ่งถูกต้องด้วยใจแล้วแม่น้ำน้อยสายใดสายหนึ่งซึ่งไหลไปสู่สมุทร ย่อมหยั่งลงในภายในของผู้นั้นฉะนั้น
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ธรรมข้อหนึ่งซึ่งบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว เป็นไปเพื่อความสังเวชใหญ่ เป็นไปเพื่อประโยชน์ใหญ่ เป็นไปเพื่อความเกษมจากโยคะใหญ่
เป็นไปเพื่อสติและสัมปชัญญะ เป็นไปเพื่อได้ญาณทัสสนะ เป็นไปเพื่ออยู่เป็นสุขในปัจจุบัน
เป็นไปเพื่อทำให้แจ้งซึ่งผล คือวิชชาและวิมุตติ
ธรรมข้อหนึ่ง คืออะไร
คือกายคตาสติ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ธรรมข้อหนึ่งนี้แลบุคคลอบรมแล้ว กระทำให้มากแล้ว
ย่อมเป็นไปเพื่อความสังเวชใหญ่
ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ใหญ่
ย่อมเป็นไปเพื่อความเกษมจากโยคะใหญ่
ย่อมเป็นไปเพื่อสติและสัมปชัญญะ
ย่อมเป็นไปเพื่อได้ญาณทัสสนะ
ย่อมเป็นไปเพื่ออยู่เป็นสุขในปัจจุบัน
ย่อมเป็นไปเพื่อทำให้แจ้งซึ่งผล คือ วิชชาและวิมุตติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เมื่อธรรมข้อหนึ่งบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว แม้กายก็สงบ แม้จิตก็สงบ แม้วิตกวิจารก็สงบ ธรรมที่เป็นไปในส่วนแห่งวิชชาแม้ทั้งสิ้น ก็ถึงความเจริญบริบูรณ์
ธรรมข้อหนึ่ง คืออะไร
คือ กายคตาสติ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เมื่อธรรมข้อหนึ่งนี้แล บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว แม้กายก็สงบ แม้จิตก็สงบ แม้วิตกวิจารก็สงบ
ธรรมที่เป็นไปในส่วนแห่งวิชชาแม้ทั้งสิ้นก็ถึงความเจริญบริบูรณ์ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เมื่อธรรมข้อหนึ่งบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว
อกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ย่อมไม่เกิดขึ้นได้เลย และอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมละเสียได้
ธรรมข้อหนึ่ง คืออะไร
คือ กายคตาสติ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เมื่อธรรมข้อหนึ่งนี้แล บุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว อกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ย่อมไม่เกิดขึ้นได้เลย และอกุศลธรรมขึ้นแล้ว ย่อมละเสียได้ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เมื่อธรรมข้อหนึ่งบุคคลเจริญแล้วทำให้มากแล้ว กุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ย่อมเกิดขึ้น และกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อความเจริญ ไพบูลย์ยิ่ง
ธรรมข้อหนึ่ง คืออะไร
คือกายคตาสติ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เมื่อธรรมข้อหนึ่งนี้แล บุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว กุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ย่อมเกิดขึ้น และกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว
ย่อมเป็นไปเพื่อความเจริญไพบูลย์ยิ่ง ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เมื่อธรรมข้อหนึ่งบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว
ย่อมละอวิชชาเสียได้
วิชชาย่อมเกิดขึ้น
ย่อมละอัสมิมานะเสียได้
อนุสัยย่อมถึงความเพิกถอน
ย่อมละสังโยชน์เสียได้
ธรรมข้อหนึ่งคืออะไร
คือ กายคตาสติ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เมื่อธรรมข้อหนึ่งนี้แล บุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมละอวิชชาเสียได้ วิชชาย่อมเกิดขึ้น
ย่อมละอัสมิมานะเสียได้ อนุสัยย่อมถึงความเพิกถอน ย่อมละสังโยชน์เสียได้ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เมื่อธรรมข้อหนึ่งบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อความแตกฉานแห่งปัญญา ย่อมเป็นไปเพื่ออนุปาทาปรินิพพาน
ธรรมข้อหนึ่งคืออะไร
คือกายคตาสติ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ธรรมข้อหนึ่งนี้แล บุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว
ย่อมเป็นไปเพื่อความแตกฉานแห่งปัญญา ย่อมเป็นไปเพื่ออนุปาทาปรินิพพาน ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เมื่อธรรมข้อหนึ่งบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมมีการแทงตลอดธาตุมากหลาย ย่อมมีการแทงตลอดธาตุต่างๆ ย่อมมีความแตกฉานในธาตุมากหลาย
ธรรมข้อหนึ่งคืออะไร
คือ กายคตาสติ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เมื่อธรรมข้อหนึ่งนี้แล
บุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมมีการแทงตลอดธาตุมากหลาย ย่อมมีการแทงตลอดธาตุต่างๆ ย่อมมีความแตกฉานในธาตุมากหลาย ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เมื่อธรรมข้อหนึ่งบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อทำโสดาปัตติผลให้แจ้ง ย่อมเป็นไปเพื่อทำสกทาคามิผลให้แจ้ง ย่อมเป็นไปเพื่อทำอนาคามิผลให้แจ้ง ย่อมเป็นไปเพื่อทำอรหัตผลให้แจ้ง
ธรรมข้อหนึ่งคืออะไร
คือ กายคตาสติ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ธรรมข้อหนึ่งนี้แลบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อทำโสดาปัตติผลให้แจ้ง ย่อมเป็นไปเพื่อทำสกทาคามิผลให้แจ้ง ย่อมเป็นไปเพื่อทำอนาคามิผลให้แจ้ง ย่อมเป็นไปเพื่อทำอรหัตผลให้แจ้ง ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เมื่อธรรมข้อหนึ่งบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว
ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญา
ย่อมเป็นไปเพื่อความเจริญแห่งปัญญา
ย่อมเป็นไปเพื่อความไพบูลย์แห่งปัญญา
ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีปัญญาใหญ่
ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีปัญญามาก
ย่อม
เป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีปัญญาไพบูลย์
ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีปัญญาลึกซึ้ง
ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีปัญญาสามารถยิ่ง
ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีปัญญากว้างขวาง
ย่อมเป็นไปเพื่อ
ความเป็นผู้มากด้วยปัญญา
ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีปัญญาว่องไว
ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีปัญญาเร็ว
ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีปัญญาร่าเริง
ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีปัญญาแล่น
ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีปัญญาคม
ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีปัญญาชำแรกกิเลส
ธรรมข้อหนึ่งคืออะไร
คือ กายคตาสติ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ธรรมข้อหนึ่งนี้แล บุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญา ... ย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีปัญญาชำแรกกิเลส ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ชนเหล่าใดไม่บริโภคกายคตาสติ ชนเหล่านั้นชื่อว่าย่อมไม่บริโภคอมตะ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ชนเหล่าใดบริโภคกายคตาสติชนเหล่านั้นชื่อว่าย่อมบริโภคอมตะ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
กายคตาสติอันชนเหล่าใดไม่บริโภคแล้ว อมตะชื่อว่าอันชนเหล่านั้นไม่บริโภคแล้ว
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
กายคตาสติอันชนเหล่าใดบริโภคแล้ว อมตะชื่อ
ว่าอันชนเหล่านั้นบริโภคแล้ว ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
กายคตาสติของชนเหล่าใดเสื่อมแล้ว อมตะของชนเหล่านั้นชื่อว่าเสื่อมแล้ว
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
กายคตาสติของชนเหล่าใดไม่เสื่อมแล้ว อมตะของชนเหล่านั้นชื่อว่าไม่เสื่อมแล้ว ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
กายคตาสติอันชนเหล่าใดเบื่อแล้ว อมตะชื่อว่าอันชนเหล่านั้นเบื่อแล้ว
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
กายคตาสติอันชนเหล่าใดชอบใจแล้ว อมตะชื่อว่าอันชนเหล่านั้นชอบใจแล้ว ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ชนเหล่าใดประมาทกายคตาสติ ชนเหล่านั้นชื่อว่าประมาท
อมตะ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ชนเหล่าใดไม่ประมาทกายคตาสติ ชนเหล่านั้นชื่อว่าไม่ประมาทอมตะ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
กายคตาสติอันชนเหล่าใดหลงลืม อมตะชื่อว่าอันชนเหล่านั้นหลงลืม
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
กายคตาสติอันชนเหล่าใดไม่หลงลืมอมตะชื่อว่าอันชนเหล่านั้น
ไม่หลงลืม ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
กายคตาสติอันชนเหล่าใดไม่ซ่องเสพแล้ว อมตะชื่อว่าอันชนเหล่านั้นไม่ซ่องเสพแล้ว
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
กายคตาสติอันชนเหล่าใดซ่องเสพแล้ว อมตะ
ชื่อว่าอันชนเหล่านั้นซ่องเสพแล้ว ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
กายคตาสติอันชนเหล่าใดไม่เจริญแล้ว อมตะชื่อว่าอันชนเหล่านั้นไม่เจริญแล้ว
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
กายคตาสติอันชนเหล่าใดเจริญแล้ว อมตะชื่อว่าอันชนเหล่านั้นเจริญแล้ว ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
กายคตาสติอันชนเหล่าใดไม่ทำให้มากแล้ว อมตะชื่อว่า
อันชนเหล่านั้นไม่ทำให้มากแล้ว
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
กายคตาสติอันชนเหล่าใดทำให้มากแล้ว
อมตะชื่อว่าอันชนเหล่านั้นทำให้มากแล้ว ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
กายคตาสติอันชนเหล่าใดไม่รู้ด้วยปัญญาอันยิ่ง อมตะชื่อ
ว่าอันชนเหล่านั้นไม่รู้ด้วยปัญญาอันยิ่ง
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
กายคตาสติอันชนเหล่าใดรู้ด้วยปัญญาอันยิ่ง อมตะชื่อว่าอันชนเหล่านั้นรู้ด้วยปัญญาอันยิ่ง ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
กายคตาสติอันชนเหล่าใดไม่กำหนดรู้แล้ว อมตะชื่อว่าอันชน
เหล่านั้นไม่กำหนดรู้แล้ว
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
กายคตาสติอันชนเหล่าใดกำหนดรู้แล้ว อมตะชื่อ
ว่าอันชนเหล่านั้นกำหนดรู้แล้ว ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
กายคตาสติอันชนเหล่าใดไม่ทำให้แจ้งแล้วอมตะชื่อว่าอันชนเหล่านั้นไม่ทำให้แจ้งแล้ว
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
กายคตาสติอันชนเหล่าใดทำให้แจ้งแล้ว อมตะ
ชื่อว่าอันชนเหล่านั้นทำให้แจ้งแล้ว ฯ
_____________________
พระไตรปิฎกไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๒๐ ข้อที่ ๒๒๕ - ๒๔๖