แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เหตุปัจจัย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เหตุปัจจัย แสดงบทความทั้งหมด

7 มกราคม 2563

ภูมิชสูตร - สร้างเหตุปัจจัยถูกต้องแล้ว แม้จะไม่หวังผล ก็สามารถบรรลุผลได้

ภูมิชะ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ขอกราบทูลให้ทรงทราบ เมื่อเช้านี้ข้าพระองค์นุ่งสบง ทรงบาตรจีวรเข้าไปยังวังของพระราชกุมารชยเสนะ แล้วได้นั่งบนอาสนะที่เขาแต่งตั้งไว้ ต่อนั้น พระราชกุมารชยเสนะได้เข้ามาหาข้าพระองค์แล้วได้ตรัสทักทายปราศรัยกับข้าพระองค์ ครั้นผ่านคำทักทายปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว ได้ประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พอประทับนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้รับสั่งกะข้าพระองค์ดังนี้ว่า ข้าแต่ท่านภูมิชะ มีสมณพราหมณ์พวกหนึ่ง มีวาทะอย่างนี้ มีทิฐิอย่างนี้ว่า 
ถ้าแม้บุคคลทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล 
ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล 
ถ้าแม้ทำความหวังและความไม่หวัง แล้วประพฤติพรหมจรรย์เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล 
ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่ แล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล 
ในเรื่องนี้ ศาสดาของท่านภูมิชะมีวาทะ อย่างไร มีความเห็นอย่างไร บอกไว้อย่างไร 
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อพระราชกุมารรับสั่ง แล้วอย่างนี้ ข้าพระองค์ได้กล่าวอย่างนี้ว่า ดูกรพระราชกุมารเรื่องนี้อาตมภาพมิได้สดับรับมา เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเลย แต่ข้อที่เป็นฐานะมีได้แล คือ พระผู้มีพระภาคจะพึงทรงพยากรณ์อย่างนี้ว่า 
ถ้าแม้บุคคลทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ โดยไม่แยบคาย เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล
ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคาย เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล 
ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคาย เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล 
ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยไม่แยบคาย เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล 
แต่ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคาย เขาจะสามารถบรรลุผล 
ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ โดยแยบคาย เขาก็จะสามารถบรรลุผล
ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคาย เขาก็จะสามารถบรรลุผล  
ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่ แล้วประพฤติพรหมจรรย์โดยแยบคาย เขาก็จะสามารถบรรลุผล 
ดูกรพระราชกุมาร เรื่องนี้ อาตมภาพมิได้สดับรับมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเลย แต่ข้อที่พระผู้มีพระภาคจะพึงทรงพยากรณ์อย่างนี้ นั่น เป็นฐานะที่มีได้แล พระราชกุมารชยเสนะรับสั่งว่า ถ้าศาสดาของท่าน ภูมิชะมีวาทะอย่างนี้ มีความเห็นอย่างนี้ บอกไว้อย่างนี้ศาสดาของท่านภูมิชะ ชะรอยจะดำรงอยู่ เหนือหัวของสมณพราหมณ์จำนวนมากทั้งมวลโดยแท้ 
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ถูกถามอย่างนี้แล้ว เมื่อพยากรณ์ อย่างนี้ จะเป็นผู้กล่าวตามพระดำรัสของพระผู้มีพระภาค ไม่กล่าวตู่พระผู้มีพระภาค ด้วยคำไม่จริง พยากรณ์ธรรมสมควรแก่ธรรม และวาทะอนุวาทะไรๆ อันชอบด้วยเหตุ จะไม่ถึงฐานะน่าตำหนิบ้างหรือ ฯ 

ดูกรภูมิชะ 
เหมาะแล้ว เธอถูกถามอย่างนี้ เมื่อพยากรณ์อย่างนี้ ย่อมเป็นผู้กล่าวตามถ้อยคำของเรา ไม่กล่าวตู่เราด้วยคำไม่จริง พยากรณ์ธรรมสมควรแก่ธรรม และวาทะอนุวาทะไรๆ อันชอบด้วยเหตุ ย่อมไม่ถึงฐานะน่าตำหนิ 

ดูกรภูมิชะ 
ก็สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่ง ที่มีทิฐิผิด มีสังกัปปะผิด มีวาจาผิด มีกัมมันตะผิด มีอาชีวะผิด มีวายามะผิด มีสติผิด มีสมาธิผิด 
ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล 
ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล 
ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล 
ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล 
 
นั่นเพราะเหตุไร 
 
ดูกรภูมิชะ 
เพราะเขาไม่สามารถจะบรรลุผล ได้โดยอุบายไม่แยบคาย ฯ
 
ดูกรภูมิชะ 
เปรียบเหมือนบุรุษต้องการน้ำมัน แสวงหาน้ำมัน จึงเที่ยวเสาะหาน้ำมัน เกลี่ยทรายลงในรางแล้วคั้นไป เอาน้ำพรมไปๆ ถ้าแม้ทำความหวังแล้วเกลี่ยทรายลงในราง คั้นไป เอาน้ำพรมไปๆ เขาก็ไม่สามารถจะได้น้ำมัน 
ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วเกลี่ยทรายลงในราง คั้นไป เอาน้ำพรมไปๆเขาก็ไม่สามารถจะได้น้ำมัน 
ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วเกลี่ยทรายลงในรางคั้นไป เอาน้ำพรมไปๆ เขาก็ไม่สามารถจะได้น้ำมัน  
ถ้าทำความหวังก็มิใช่ ความไม่หวังก็มิใช่แล้วเกลี่ยทรายลงในราง คั้นไป เอาน้ำพรมไปๆ เขาก็ไม่สามารถจะได้น้ำมัน 
 
นั่นเพราะเหตุไร 

ดูกรภูมิชะ 
เพราะเขาไม่สามารถจะได้น้ำมันโดยวิธีไม่แยบคาย ฉันใด 

ดูกรภูมิชะ 
ฉันนั้นเหมือนกันแล สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่งที่มีทิฐิผิด มีสังกัปปะผิด มีวาจาผิด มีกัมมันตะผิด มีอาชีวะผิด มีวายามะผิด มีสติผิด มีสมาธิผิด  
ถ้าแม้ทำความหวัง แล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล 
ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติ พรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล 
ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติ พรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล 
ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล 
 
นั่นเพราะเหตุไร 
 
ดูกรภูมิชะ 
เพราะเขาไม่สามารถจะ บรรลุผลได้โดยอุบายไม่แยบคาย ฯ 

ดูกรภูมิชะ 
เปรียบเหมือนบุรุษต้องการนมสด แสวงหานมสด จึงเที่ยวเสาะหานมสด แต่รีดเอาจากเขาแม่โคลูกอ่อน  
ถ้าแม้ทำความหวังแล้วรีดเอาจากเขาแม่โคลูกอ่อน เขาก็ไม่สามารถจะได้นมสด  
ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้ว รีดเอาจากเขาแม่โคลูกอ่อน เขาก็ไม่สามารถจะได้นมสด 
ถ้าแม้ทำทั้งความหวัง และความไม่หวังแล้วรีดเอาจากเขาแม่โคลูกอ่อน เขาก็ไม่สามารถจะได้นมสด 
ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วรีดเอาจากเขาแม่โคลูกอ่อน เขาก็ไม่สามารถจะได้นมสด 
 
นั่นเพราะเหตุไร 
 
ดูกรภูมิชะ 
เพราะเขาไม่สามารถจะได้นมสด โดยวิธีไม่แยบคาย ฉันใด 
 
ดูกรภูมิชะ 
ฉันนั้นเหมือนกันแล สมณะหรือพราหมณ์ พวกใดพวกหนึ่งที่มีทิฐิผิด มีสังกัปปะผิด มีวาจาผิด มีกัมมันตะผิด มีอาชีวะผิด มีวายามะผิด มีสติผิด มีสมาธิผิด  
ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล  
ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล 
ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล
ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล 

นั่นเพราะเหตุไร 
 
ดูกรภูมิชะ 
เพราะเขาไม่สามารถจะบรรลุผลได้โดยอุบายไม่แยบคาย ฯ 

ดูกรภูมิชะ 
เปรียบเหมือนบุรุษต้องการเนยข้น แสวงหาเนยข้น จึงเที่ยวเสาะหาเนยข้น ใส่น้ำลงในอ่าง คนเข้ากับนมข้น  
ถ้าแม้ทำความหวังแล้วใส่น้ำลงในอ่าง คนเข้ากับนมข้น เขาก็ไม่สามารถจะได้เนยข้น 
ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วใส่น้ำลงในอ่าง คนเข้า กับนมข้น เขาก็ไม่สามารถจะได้เนยข้น 
ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วใส่น้ำลง ในอ่าง คนเข้ากับนมข้น เขาก็ไม่สามารถจะได้เนยข้น  
ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ ความไม่หวังก็มิใช่ แล้วใส่น้ำลงในอ่าง คนเข้ากับนมข้น เขาก็ไม่สามารถจะได้เนยข้น 
 
นั่นเพราะเหตุไร 

ดูกรภูมิชะ 
เพราะเขาไม่สามารถจะได้เนยข้นโดยวิธีไม่แยบคาย ฉันใด 
 
ดูกรภูมิชะ 
ฉันนั้น เหมือนกันแล สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่งที่มีทิฐิผิด มีสังกัปปะผิด มีวาจาผิด มีกัมมันตะผิด มีอาชีวะผิด มีวายามะผิด มีสติผิด มีสมาธิผิด 
ถ้าแม้ทำความหวัง แล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล 
ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติ พรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล 
ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล 
ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล 

นั่นเพราะเหตุไร 

ดูกรภูมิชะ 
เพราะเขาไม่สามารถจะ บรรลุผล ได้โดยอุบายไม่แยบคาย ฯ 

ดูกรภูมิชะ 
เปรียบเหมือนบุรุษต้องการไฟ แสวงหาไฟ จึงเที่ยวเสาะหาไฟ เอาไม้สดที่มียางมาทำไม้สีไฟ สีกันไป 
ถ้าแม้ทำความหวังแล้วเอาไม้สดที่มียางมาทำไม้สีไฟ สีกันไป เขาก็ไม่สามารถจะได้ไฟ 
ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วเอาไม้สดที่มียางมาทำไม้สีไฟ สีกันไป เขาก็ไม่สามารถจะได้ไฟ
ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วเอาไม้สดที่มียางมาทำไม้สีไฟ สีกันไปเขาก็ไม่สามารถจะได้ไฟ  
ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วเอาไม้สดที่มียาง มาทำไม้สีไฟ สีกันไป เขาก็ไม่สามารถจะได้ไฟ 
 
นั่นเพราะเหตุไร 

ดูกรภูมิชะ 
เพราะเขาไม่สามารถจะได้ไฟโดยวิธีไม่แยบคาย ฉันใด 

ดูกรภูมิชะ 
ฉันนั้นเหมือนกันแล สมณะหรือพราหมณ์ พวกใดพวกหนึ่งที่มีทิฐิผิด มีสังกัปปะผิด มีวาจาผิด มีกัมมันตะผิด มีอาชีวะผิด มีวายามะผิด มีสติผิด มีสมาธิผิด
ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล  
ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล 
ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็ไม่สามารถจะบรรลุผล 

นั่นเพราะเหตุไร 

ดูกรภูมิชะ 
เพราะเขาไม่สามารถจะบรรลุผล ได้โดยอุบายไม่แยบคาย ฯ 

ดูกรภูมิชะ 
ส่วนสมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่งที่มีทิฐิชอบ มีสังกัปปะชอบ มีวาจาชอบ มีกัมมันตะชอบ มีอาชีวะชอบ มีวายามะชอบ มีสติชอบ มีสมาธิชอบ 
ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล 
ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้ว ประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล  
ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้ว ประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล 
ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้ว ประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล 

นั่นเพราะเหตุไร 

ดูกรภูมิชะ 
เพราะเขาสามารถ บรรลุผลได้โดยอุบายแยบคาย ฯ 

ดูกรภูมิชะ 
เปรียบเหมือนบุรุษต้องการน้ำมัน แสวงหาน้ำมันจึงเที่ยวเสาะหา น้ำมัน เกลี่ยงาป่นลงในรางแล้วคั้นไป เอาน้ำพรมไปๆ 
ถ้าแม้ทำความหวังแล้วเกลี่ยงาป่นลง ในราง คั้นไป เอาน้ำพรมไปๆ เขาก็สามารถได้น้ำมัน
ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วเกลี่ยงาป่น ลงในรางคั้นไป เอาน้ำพรมไปๆ เขาก็สามารถได้น้ำมัน  
ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วเกลี่ยงาป่น ลงในรางคั้นไป เอาน้ำพรมไปๆ เขาก็สามารถได้น้ำมัน  
ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้ว เกลี่ยงาป่น ลงในรางคั้นไป เอาน้ำพรมไปๆ เขาก็สามารถได้น้ำมัน 

นั่นเพราะเหตุไร 

ดูกรภูมิชะ 
เพราะเขาสามารถได้น้ำมันโดยวิธีแยบคาย ฉันใด 

ดูกรภูมิชะ 
ฉันนั้นเหมือนกันแล สมณะ หรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่งที่มีทิฐิชอบ มีสังกัปปะชอบ มีวาจาชอบ มีกัมมันตะชอบ มีอาชีวะชอบ มีวายามะชอบ มีสติชอบ มีสมาธิชอบ 
ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล 
ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล  
ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความ ไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล  
ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่ แล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล 

นั่นเพราะเหตุไร 

ดูกรภูมิชะ
เพราะเขาสามารถบรรลุผลได้โดยอุบายแยบคาย ฯ 

ดูกรภูมิชะ 
เปรียบเหมือนบุรุษต้องการนมสด แสวงหานมสด จึงเที่ยวเสาะหานมสด รีดเอาจากเต้านมแม่โคลูกอ่อน  
ถ้าแม้ทำความหวังแล้วรีดเอาจากเต้านมแม่โคลูกอ่อน เขาก็สามารถได้นมสด  
ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วรีดเอาจากเต้านมแม่โคลูกอ่อน เขาก็สามารถได้นมสด   
ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วรีดเอาจากเต้านมแม่โคลูกอ่อน เขาก็สามารถได้นมสด   
ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวัง ก็มิใช่แล้วรีดเอาจากเต้านมแม่โคลูกอ่อน เขาก็สามารถได้นมสด 

นั่นเพราะเหตุไร

ดูกรภูมิชะ 
เพราะเขาสามารถได้นมสดโดยวิธีแยบคาย ฉันใด 

ดูกรภูมิชะ 
ฉันนั้นเหมือนกันแล สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่งที่มีทิฐิชอบ  มีสังกัปปะชอบ มีวาจาชอบ มีกัมมันตะชอบ มีอาชีวะชอบ มีวายามะชอบ มีสติชอบ มีสมาธิชอบ 
ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล
ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล 
ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล 
ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้ว ประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล

นั่นเพราะเหตุไร 

ดูกรภูมิชะ 
เพราะเขาสามารถ บรรลุผลได้โดยอุบายแยบคาย ฯ 

ดูกรภูมิชะ 
เปรียบเหมือนบุรุษต้องการเนยข้น แสวงหาเนยข้นจึงเที่ยวเสาะหาเนยข้น ใส่นมส้มลงในอ่าง คนเข้ากับนมข้น 
ถ้าแม้ทำความหวัง แล้วใส่นมส้มลงในอ่าง คนเข้ากับนมข้น เขาก็สามารถได้เนยข้น 
ถ้าแม้ทำความ ไม่หวังแล้วใส่นมส้มลงในอ่าง คนเข้ากับนมข้น เขาก็สามารถได้เนยข้น  
ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและ ความไม่หวังแล้วใส่นมส้มลงในอ่าง คนเข้ากับนมข้น เขาก็สามารถได้เนยข้น  
ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วใส่นมส้มลงในอ่าง คนเข้ากับนมข้น เขาก็สามารถได้เนยข้น 

นั่นเพราะเหตุไร 

ดูกรภูมิชะ 
เพราะเขาสามารถได้เนยข้น โดยวิธีแยบคาย ฉันใด 

ดูกรภูมิชะ 
ฉันนั้นเหมือนกันแล สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่ง ที่มีทิฐิชอบ มีสังกัปปะชอบ มีวาจาชอบ มีกัมมันตะชอบ มีอาชีวะชอบ มีวายามะชอบ มีสติชอบ มีสมาธิชอบ  
ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล 
ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล  
ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล  
ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ ความไม่หวังก็มิใช่แล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล 

นั่นเพราะเหตุไร 

ดูกรภูมิชะ 
เพราะเขาสามารถบรรลุผลได้โดยอุบายแยบคาย ฯ 

ดูกรภูมิชะ 
เปรียบเหมือนบุรุษต้องการไฟ แสวงหาไฟ จึง เที่ยวเสาะหาไฟ เอาไม้แห้งเกราะมาทำไม้สีไฟ สีกันไป 
ถ้าแม้ทำความหวังแล้ว เอาไม้แห้งเกราะมาทำไม้สีไฟ สีกันไป เขาก็สามารถได้ไฟ 
ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วเอาไม้แห้งเกราะมาทำไม้สีไฟ สีกันไป เขาก็สามารถได้ไฟ 
ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้วเอาไม้แห้งเกราะมาทำไม้สีไฟ สีกันไป เขาก็สามารถได้ไฟ 
ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้วเอาไม้แห้งเกราะมาทำไม้สีไฟ สีกันไป เขาก็สามารถได้ไฟ

นั่นเพราะเหตุไร 
 
ดูกรภูมิชะ 
เพราะเขาสามารถได้ไฟโดยวิธีแยบคาย ฉันใด 

ดูกรภูมิชะ 
ฉันนั้นเหมือนกันแล สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่งที่มีทิฐิชอบ มีสังกัปปะชอบ มีวาจาชอบ มีกัมมันตะชอบ มีอาชีวะชอบ มีวายามะชอบ มีสติชอบ มีสมาธิชอบ 
ถ้าแม้ทำความหวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล 
ถ้าแม้ทำความไม่หวังแล้วประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล  
ถ้าแม้ทำทั้งความหวังและความไม่หวังแล้ว ประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล 
ถ้าแม้ทำความหวังก็มิใช่ความไม่หวังก็มิใช่แล้ว ประพฤติพรหมจรรย์ เขาก็สามารถบรรลุผล 

นั่นเพราะเหตุไร 

ดูกรภูมิชะ 
เพราะเขาสามารถบรรลุผลได้โดยอุบายแยบคาย ฯ 

ดูกรภูมิชะ 
ถ้าอุปมา ๔ ข้อนี้ จะพึงแจ่มแจ้งแก่พระราชกุมารชยเสนะ พระราชกุมารชยเสนะจะพึงเลื่อมใสเธอ และเลื่อมใสแล้ว จะพึงทำอาการของบุคคลผู้เลื่อมใส ต่อเธออย่างไม่น่าอัศจรรย์ ฯ 

ภูมิชะ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็อุปมา ๔ ข้อนี้จักให้ข้าพระองค์แจ่มแจ้งแก่พระราชกุมารชยเสนะได้แต่ที่ไหน เพราะอุปมาน่าอัศจรรย์ ข้าพระองค์ไม่เคยได้สดับมาในก่อนเหมือนที่ได้สดับต่อพระผู้มีพระภาค ฯ 

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระภาษิตนี้แล้ว ท่านพระภูมิชะจึงชื่นชมยินดี พระภาษิตของ พระผู้มีพระภาคแล ฯ 
 
จบ ภูมิชสูตรที่ ๖ 
 __________
พระไตรปิฎกไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๑๔ ข้อที่ ๔๐๕ - ๔๑๙

4 มกราคม 2563

วณิชชสูตร - เหตุปัจจัยให้บุคคลค้าขายมีกำไรหรือขาดทุน

สารีบุตร. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ 
อะไรหนอเป็นเหตุปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ ทำการค้าขายขาดทุน 
อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ทำการค้าขายไม่ได้กำไรตามที่ประสงค์ 
อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ ทำการค้าขายได้กำไรตามที่ประสงค์ 
อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ ทำการค้าขายได้กำไรยิ่งกว่าที่ประสงค์ 

ดูกรสารีบุตร 
บุคคลบางคนในโลกนี้ เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์แล้ว ย่อมปวารณาว่า ขอท่านจงบอกปัจจัยที่ท่านประสงค์ เขากลับไม่ถวายปัจจัยที่เขาปวารณา ถ้าเขาเคลื่อนจากอัตภาพนั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์ นี้ เขาทำการค้าขายอย่างใดๆ เขาย่อมขาดทุน 
อนึ่ง บุคคลบางคนในโลกนี้ เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์แล้ว ย่อมปวารณาว่า ขอท่านจงบอกปัจจัยที่ท่านประสงค์แต่เขาถวายปัจจัยที่ปวารณาไว้ไม่เป็นไปตามประสงค์ ถ้าเขาเคลื่อนจากอัตภาพนั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์นี้ เขาทำการค้าขายอย่างใดๆ เขาย่อมไม่ได้กำไรตามที่ประสงค์ 
อนึ่ง บุคคลบางคนในโลกนี้ เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์แล้ว ย่อมปวารณาว่า ขอท่านจงบอกปัจจัยที่ต้องประสงค์ เขาถวายปัจจัยที่ปวารณาไว้ตามที่ประสงค์ ถ้าเขาเคลื่อนจากอัตภาพนั้นมาสู่ความเป็นมนุษย์นี้ เขาทำการค้าขายอย่างใดๆ เขาย่อมได้กำไรตามที่ ประสงค์ 
อนึ่ง บุคคลบางคนในโลกนี้ เข้าไปหาสมณะหรือพราหมณ์แล้ว ปวารณาว่า ขอท่านจงบอกปัจจัยที่ต้องประสงค์ เขาถวายปัจจัยที่ปวารณาไว้ยิ่งกว่าที่ประสงค์ ถ้าเขาเคลื่อนจากอัตภาพนั้น มาสู่ความเป็นมนุษย์นี้ เขาทำการค้าขายอย่างใดๆ เขาย่อมได้กำไรยิ่งกว่าที่ประสงค์ 

ดูกรสารีบุตร 
นี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ ทำการค้าขายขาดทุน 
นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัย เครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ ทำการค้าขายไม่ได้กำไรตามที่ประสงค์ 
นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ ทำการค้าขายได้กำไรตามที่ประสงค์
นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคล บางคนในโลกนี้ทำการค้าขายได้กำไรยิ่งกว่าที่ประสงค์ ฯ 

จบสูตรที่ ๙
______________
พระไตรปิฎกไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๒๑ ข้อที่ ๗๙