จักษุเป็นทุกข์
แม้เหตุและปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งจักษุนั้นก็เป็นทุกข์
จักษุอันเกิดแต่เหตุที่เป็นทุกข์ ที่ไหนจักเป็นสุขเล่า
หูเป็นทุกข์
แม้เหตุและปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งหูนั้นก็เป็นทุกข์
หูอันเกิดแต่เหตุที่เป็นทุกข์ ที่ไหนจักเป็นสุขเล่า
จมูกเป็นทุกข์
แม้เหตุและปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งจมูกนั้นก็เป็นทุกข์
จมูกอันเกิดแต่เหตุที่เป็นทุกข์ ที่ไหนจักเป็นสุขเล่า
ลิ้นเป็นทุกข์
แม้เหตุและปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งลิ้นนั้นก็เป็นทุกข์
ลิ้นอันเกิดแต่เหตุที่เป็นทุกข์ ที่ไหนจักเป็นสุขเล่า
กายเป็นทุกข์
แม้เหตุและปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งกายนั้นก็เป็นทุกข์
กายอันเกิดแต่เหตุที่เป็นทุกข์ ที่ไหนจักเป็นสุขเล่า
ใจเป็นทุกข์
แม้เหตุและปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งใจก็เป็นทุกข์
ใจอันเกิดแต่เหตุที่เป็นทุกข์ ที่ไหนจักเป็นสุขเล่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในจักษุ แม้ในหู แม้ในจมูก แม้ในลิ้น แม้ในกาย แม้ในใจ
เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด
เพราะคลายกำหนัด จึงหลุดพ้น
เมื่อหลุดพ้นแล้ว ย่อมมีญาณหยั่งรู้ว่า หลุดพ้นแล้ว รู้ชัดว่า
ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
จักษุเป็นอนัตตา
แม้เหตุและปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งจักษุก็เป็นอนัตตา
จักษุอันเกิดแต่เหตุที่เป็นอนัตตา ที่ไหนจักเป็นอัตตาเล่า
หูเป็นอนัตตา
แม้เหตุและปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งหูก็เป็นอนัตตา
หูอันเกิดแต่เหตุที่เป็นอนัตตา ที่ไหนจักเป็นอัตตาเล่า
จมูกเป็นอนัตตา
แม้เหตุและปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งจมูกก็เป็นอนัตตา
จมูกอันเกิดแต่เหตุที่เป็นอนัตตา ที่ไหนจักเป็นอัตตาเล่า
ลิ้นเป็นอนัตตา
แม้เหตุและปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งลิ้นก็เป็นอนัตตา
ลิ้นอันเกิดแต่เหตุที่เป็นอนัตตา ที่ไหนจักเป็นอัตตาเล่า
กายเป็นอนัตตา
แม้เหตุและปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งกายก็เป็นอนัตตา
กายอันเกิดแต่เหตุที่เป็นอนัตตา ที่ไหนจักเป็นอัตตาเล่า
ใจเป็นอนัตตา
แม้เหตุและปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งใจก็เป็นอนัตตา
ใจอันเกิดแต่เหตุที่เป็นอนัตตา ที่ไหนจักเป็นอัตตาเล่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในจักษุ แม้ในหู แม้ใน
จมูก แม้ในลิ้น แม้ในกายแม้ในใจ
เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด
เพราะคลายกำหนัด
จึงหลุดพ้น
เมื่อหลุดพ้นแล้ว ย่อมมีญาณหยั่งรู้ว่า หลุดพ้นแล้ว รู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์
อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ฯ
จบสูตรที่ ๘
___________
พระไตรปิฎกไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๑๘ ข้อที่ ๒๒๒ - ๒๒๓
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น