17 มกราคม 2563

เหตุอัชฌัตตสูตรที่ ๒ - อายตนะภายใน เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 

จักษุเป็นทุกข์ 
แม้เหตุและปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งจักษุนั้นก็เป็นทุกข์ 
จักษุอันเกิดแต่เหตุที่เป็นทุกข์ ที่ไหนจักเป็นสุขเล่า

หูเป็นทุกข์ 
แม้เหตุและปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งหูนั้นก็เป็นทุกข์ 
หูอันเกิดแต่เหตุที่เป็นทุกข์ ที่ไหนจักเป็นสุขเล่า

จมูกเป็นทุกข์ 
แม้เหตุและปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งจมูกนั้นก็เป็นทุกข์ 
จมูกอันเกิดแต่เหตุที่เป็นทุกข์ ที่ไหนจักเป็นสุขเล่า

ลิ้นเป็นทุกข์ 
แม้เหตุและปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งลิ้นนั้นก็เป็นทุกข์ 
ลิ้นอันเกิดแต่เหตุที่เป็นทุกข์ ที่ไหนจักเป็นสุขเล่า

กายเป็นทุกข์ 
แม้เหตุและปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งกายนั้นก็เป็นทุกข์ 
กายอันเกิดแต่เหตุที่เป็นทุกข์ ที่ไหนจักเป็นสุขเล่า 

ใจเป็นทุกข์ 
แม้เหตุและปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งใจก็เป็นทุกข์ 
ใจอันเกิดแต่เหตุที่เป็นทุกข์ ที่ไหนจักเป็นสุขเล่า 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในจักษุ แม้ในหู แม้ในจมูก แม้ในลิ้น แม้ในกาย แม้ในใจ 
เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด 
เพราะคลายกำหนัด จึงหลุดพ้น 
เมื่อหลุดพ้นแล้ว ย่อมมีญาณหยั่งรู้ว่า หลุดพ้นแล้ว รู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ฯ 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 

จักษุเป็นอนัตตา 
แม้เหตุและปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งจักษุก็เป็นอนัตตา 
จักษุอันเกิดแต่เหตุที่เป็นอนัตตา ที่ไหนจักเป็นอัตตาเล่า 

หูเป็นอนัตตา 
แม้เหตุและปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งหูก็เป็นอนัตตา 
หูอันเกิดแต่เหตุที่เป็นอนัตตา ที่ไหนจักเป็นอัตตาเล่า

จมูกเป็นอนัตตา 
แม้เหตุและปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งจมูกก็เป็นอนัตตา 
จมูกอันเกิดแต่เหตุที่เป็นอนัตตา ที่ไหนจักเป็นอัตตาเล่า

ลิ้นเป็นอนัตตา 
แม้เหตุและปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งลิ้นก็เป็นอนัตตา 
ลิ้นอันเกิดแต่เหตุที่เป็นอนัตตา ที่ไหนจักเป็นอัตตาเล่า

กายเป็นอนัตตา 
แม้เหตุและปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งกายก็เป็นอนัตตา 
กายอันเกิดแต่เหตุที่เป็นอนัตตา ที่ไหนจักเป็นอัตตาเล่า

ใจเป็นอนัตตา 
แม้เหตุและปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งใจก็เป็นอนัตตา 
ใจอันเกิดแต่เหตุที่เป็นอนัตตา ที่ไหนจักเป็นอัตตาเล่า 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในจักษุ แม้ในหู แม้ใน จมูก แม้ในลิ้น แม้ในกายแม้ในใจ 
เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด 
เพราะคลายกำหนัด จึงหลุดพ้น 
เมื่อหลุดพ้นแล้ว ย่อมมีญาณหยั่งรู้ว่า หลุดพ้นแล้ว รู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์ อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ฯ 

จบสูตรที่ ๘
___________
พระไตรปิฎกไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๑๘ ข้อที่ ๒๒๒ - ๒๒๓

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น