18 มกราคม 2563

สัตตัฏฐานสูตร - ว่าด้วยการรู้ขันธ์ ๕ โดยฐานะ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ภิกษุผู้ฉลาดในฐานะ ๗ ประการ ผู้เพ่งพินิจโดยวิธี ๓ ประการ เราเรียกว่า ยอดบุรุษ ผู้เสร็จกิจ อยู่จบพรหมจรรย์ ในธรรมวินัยนี้. 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ก็ภิกษุผู้ฉลาดในฐานะ ๗ ประการ เป็นอย่างไร? 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ 

รู้ชัดซึ่งรูป เหตุเกิดแห่งรูป ความดับแห่งรูป ปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งรูป คุณแห่งรูป โทษแห่งรูป และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งรูป. 

รู้ชัดซึ่งเวทนา เหตุเกิดแห่งเวทนา ความดับแห่งเวทนา ปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งเวทนา คุณแห่งเวทนา โทษแห่งเวทนา และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งเวทนา 

รู้ชัดซึ่งสัญญา เหตุเกิดแห่งสัญญา ความดับแห่งสัญญา ปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งสัญญา คุณแห่งสัญญา โทษแห่งสัญญา และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งสัญญา  

รู้ชัดซึ่งสังขาร เหตุเกิดแห่งสังขาร ความดับแห่งสังขาร ปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งสังขาร คุณแห่งสังขาร โทษแห่งสังขาร และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งสังขาร  

รู้ชัดซึ่งวิญญาณ เหตุเกิดแห่งวิญญาณ ความดับแห่งวิญญาณ ปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งวิญญาณ คุณแห่งวิญญาณ โทษแห่งวิญญาณ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งวิญญาณ.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ก็รูปเป็นไฉน? 

มหาภูตรูป ๔ และรูปที่อาศัยมหาภูตรูป ๔ นี้เรียกว่ารูป. 

ความเกิดขึ้นแห่งรูป ย่อมมีเพราะความเกิดขึ้นแห่งอาหาร 
ความดับแห่งรูป ย่อมมีเพราะความดับแห่งอาหาร 
อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ คือ 
สัมมาทิฏฐิ 
สัมมาสังกัปปะ 
สัมมาวาจา 
สัมมากัมมันตะ 
สัมมาอาชีวะ 
สัมมาวายามะ 
สัมมาสติ 
สัมมาสมาธิ. 
นี้แลเป็นปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งรูป. 
ความสุขโสมนัสอาศัยรูปนี้เกิดขึ้น นี้เป็นคุณแห่งรูป 
รูปไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา นี้เป็นโทษแห่งรูป 
การกำจัดฉันทราคะ การละฉันทราคะในรูปเสียได้ นี้เป็นอุบายเครื่องสลัดออกแห่งรูป. 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง รู้ยิ่งซึ่งรูป เหตุเกิดแห่งรูป ความดับแห่งรูป ปฏิปทาอันให้ถึง ความดับแห่งรูป คุณแห่งรูป โทษแห่งรูป และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งรูป อย่างนี้ๆ แล้ว ปฏิบัติ เพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับรูป สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ปฏิบัติดีแล้ว 
สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดปฏิบัติดีแล้ว สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นชื่อว่า ย่อมหยั่งลงในธรรมวินัยนี้. 
ส่วนสมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง รู้ยิ่งซึ่งรูป เหตุเกิดแห่งรูป ความดับแห่งรูป ปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งรูป คุณแห่งรูป โทษแห่งรูป และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งรูป อย่างนี้ๆ แล้ว หลุดพ้นไป เพราะความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด ความดับ (และ) เพราะไม่ถือมั่นรูป สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ชื่อว่าหลุดพ้นดีแล้ว 
สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใด หลุดพ้นดีแล้ว สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น เป็นอันเสร็จกิจ 
สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเสร็จกิจ สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมไม่มีวัฏฏะเพื่อความปรากฏอีก. 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ก็เวทนาเป็นไฉน? 

สัญญา ๖ หมวดนี้ คือ 
เวทนาเกิด เพราะจักขุสัมผัส ฯลฯ เวทนาเกิดเพราะมโนสัมผัส. นี้เรียกว่าเวทนา. 
ความเกิดขึ้นแห่งเวทนา ย่อมมีเพราะความเกิดขึ้นแห่งผัสสะ 
ความดับแห่งเวทนา ย่อมมีเพราะความดับแห่งผัสสะ 
อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ คือ 
สัมมาทิฏฐิ 
สัมมาสังกัปปะ 
สัมมาวาจา 
สัมมากัมมันตะ 
สัมมาอาชีวะ 
สัมมาวายามะ 
สัมมาสติ  
สัมมาสมาธิ. .
นี้แลเป็นปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งเวทนา ความสุขโสมนัสอาศัยเวทนานี้เกิดขึ้น นี้เป็นคุณแห่งเวทนา 
เวทนาไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา นี้เป็นโทษแห่งเวทนา 
การกำจัดฉันทราคะ การละฉันทราคะในเวทนาเสียได้ นี้เป็นอุบายเครื่องสลัดออกแห่งเวทนา. 

 ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง รู้ยิ่งซึ่งเวทนา เหตุเกิดแห่งเวทนา ความดับแห่งเวทนา ปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งเวทนา คุณแห่งเวทนา โทษแห่งเวทนา และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งเวทนา อย่างนี้ๆ แล้ว ปฏิบัติ เพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับเวทนา สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ปฏิบัติดีแล้ว 
สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดปฏิบัติดีแล้ว สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นชื่อว่า ย่อมหยั่งลงในธรรมวินัยนี้. 
ส่วนสมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง รู้ยิ่งซึ่งเวทนา เหตุเกิดแห่งเวทนา ความดับแห่งเวทนา ปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งเวทนา คุณแห่งเวทนา โทษแห่งเวทนา และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งเวทนา อย่างนี้ๆ แล้ว หลุดพ้นไป เพราะความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด ความดับ (และ) เพราะไม่ถือมั่นเวทนา สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ชื่อว่าหลุดพ้นดีแล้ว 
สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใด หลุดพ้นดีแล้ว สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น เป็นอันเสร็จกิจ
สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเสร็จกิจ สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมไม่มีวัฏฏะเพื่อความปรากฏอีก. 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ก็สัญญาเป็นไฉน? 

สัญญา ๖ หมวดนี้ คือ 
รูปสัญญา 
สัททสัญญา 
คันธสัญญา 
รสสัญญา 
โผฏฐัพพสัญญา 
ธรรมสัญญา. 
นี้เรียกว่าสัญญา. 
ความเกิดขึ้นแห่งสัญญา ย่อมมีเพราะความเกิดขึ้นแห่งผัสสะ 
ความดับแห่งสัญญา ย่อมมีเพราะความดับแห่งผัสสะ 
อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ คือ 
สัมมาทิฏฐิ 
สัมมาสังกัปปะ 
สัมมาวาจา 
สัมมากัมมันตะ 
สัมมาอาชีวะ 
สัมมาวายามะ 
สัมมาสติ  
สัมมาสมาธิ. 
นี้แลเป็น ปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งสัญญา ความสุขโสมนัสอาศัยสัญญานี้เกิดขึ้น นี้เป็นคุณแห่งสัญญา 
สัญญาไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา นี้เป็นโทษแห่งสัญญา 
การกำจัดฉันทราคะ การละฉันทราคะในสัญญาเสียได้ นี้เป็นอุบายเครื่องสลัดออกแห่งสัญญา. 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง รู้ยิ่งซึ่งสัญญา เหตุเกิดแห่งสัญญา ความดับแห่งสัญญา ปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งสัญญา คุณแห่งสัญญา โทษแห่งสัญญา และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งสัญญา อย่างนี้ๆ แล้ว ปฏิบัติ เพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับสัญญา สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ปฏิบัติดีแล้ว 
สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดปฏิบัติดีแล้ว สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นชื่อว่า ย่อมหยั่งลงในธรรมวินัยนี้. 
ส่วนสมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง รู้ยิ่งซึ่งสัญญา เหตุเกิดแห่งสัญญา ความดับแห่งสัญญา ปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งสัญญา คุณแห่งสัญญา โทษแห่งสัญญา และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งสัญญา อย่างนี้ๆ แล้ว หลุดพ้นไป เพราะความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด ความดับ (และ) เพราะไม่ถือมั่นสัญญา สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ชื่อว่าหลุดพ้นดีแล้ว 
สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใด หลุดพ้นดีแล้ว สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น เป็นอันเสร็จกิจ
สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเสร็จกิจ  
สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมไม่มีวัฏฏะเพื่อความปรากฏอีก. 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
สังขารเป็นไฉน? 

เจตนา ๖ หมวดนี้ คือ
รูปสัญเจตนา ฯลฯ ธรรมสัญเจตนา. 
นี้เรียกว่าสังขาร. 
ความเกิดขึ้นแห่งสังขาร ย่อมมีเพราะความเกิดขึ้นแห่งผัสสะ 
ความดับแห่งสังขาร ย่อมมีเพราะความดับแห่งผัสสะ 
อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ คือ 
สัมมาทิฏฐิ 
สัมมาสังกัปปะ 
สัมมาวาจา 
สัมมากัมมันตะ 
สัมมาอาชีวะ 
สัมมาวายามะ 
สัมมาสติ  
สัมมาสมาธิ. 
นี้แลเป็นปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งสังขาร ความสุขโสมนัสอาศัยสังขารนี้เกิดขึ้น นี้เป็นคุณแห่งสังขาร 
สังขารไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา นี้เป็นโทษแห่งสังขาร 
การกำจัดฉันทราคะ การละฉันทราคะในสังขารเสียได้ นี้เป็นอุบายเครื่องสลัดออกแห่งสังขาร. 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง รู้ยิ่งซึ่งสังขาร เหตุเกิดแห่งสังขาร ความดับแห่งสังขาร ปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งสังขาร คุณแห่งสังขาร โทษแห่งสังขาร และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งสังขาร อย่างนี้ๆ แล้ว ปฏิบัติ เพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับสังขาร สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ปฏิบัติดีแล้ว 
สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดปฏิบัติดีแล้ว สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นชื่อว่า ย่อมหยั่งลงในธรรมวินัยนี้. 
ส่วนสมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง รู้ยิ่งซึ่งสังขาร เหตุเกิดแห่งสังขาร ความดับแห่งสังขาร ปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งสังขาร คุณแห่งสังขาร โทษแห่งสังขาร และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งสังขาร อย่างนี้ๆ แล้ว หลุดพ้นไป เพราะความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด ความดับ (และ) เพราะไม่ถือมั่นสังขาร สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ชื่อว่าหลุดพ้นดีแล้ว 
สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใด หลุดพ้นดีแล้ว สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น เป็นอันเสร็จกิจ
สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเสร็จกิจ   
สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมไม่มีวัฏฏะเพื่อความปรากฏอีก. 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ก็วิญญาณเป็นไฉน? 

วิญญาณ ๖ หมวดนี้ คือ 
จักขุวิญญาณ 
โสตวิญญาณ 
ฆานวิญญาณ 
ชิวหาวิญญาณ 
กายวิญญาณ 
มโนวิญญาณ 
นี้เรียกว่า วิญญาณ. 
ความเกิดขึ้นแห่งวิญญาณ ย่อมมีเพราะความเกิดขึ้นแห่งนามรูป 
ความดับแห่งวิญญาณ ย่อมมีเพราะความดับแห่งนามรูป 
อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ คือ 
สัมมาทิฏฐิ 
สัมมาสังกัปปะ 
สัมมาวาจา 
สัมมากัมมันตะ 
สัมมาอาชีวะ 
สัมมาวายามะ 
สัมมาสติ  
สัมมาสมาธิ. 
นี้แล เป็นปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งวิญญาณ. 
สุขโสมนัสอาศัยวิญญาณเกิดขึ้น นี้เป็นคุณแห่งวิญญาณ 
วิญญาณไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา นี้เป็นโทษแห่งวิญญาณ 
การกำจัดฉันทราคะ การละฉันทราคะในวิญญาณ นี้เป็นความสลัดออกแห่งวิญญาณ. 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ก็สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง รู้ยิ่งซึ่งวิญญาณ เหตุเกิดแห่งวิญญาณ ความดับแห่งวิญญาณ ปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งวิญญาณ คุณแห่งวิญญาณ โทษแห่งวิญญาณ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งวิญญาณ อย่างนี้ๆ แล้วปฏิบัติ เพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับวิญญาณ สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ชื่อว่า ปฏิบัติดีแล้ว 
สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใด ปฏิบัติดีแล้ว สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นชื่อว่า ย่อมหลั่งลงในธรรมวินัยนี้. 
สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง รู้ยิ่งซึ่งวิญญาณ เหตุเกิดแห่งวิญญาณ ความดับแห่งวิญญาณ ปฏิปทาอันให้ถึงความดับแห่งวิญญาณ คุณแห่งวิญญาณ โทษแห่งวิญญาณ อุบายเครื่องสลัดออกแห่งวิญญาณ อย่างนี้ๆ แล้ว หลุดพ้นไป เพราะความเบื่อหน่าย เพราะคลายกำหนัด เพราะดับ เพราะไม่ถือมั่นวิญญาณ สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น หลุดพ้นดีแล้ว 
สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใด หลุดพ้นดีแล้ว สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น เป็นอันเสร็จกิจแล้ว 
สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเสร็จกิจแล้ว สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมไม่มีวัฏฏะเพื่อความปรากฏอีก. 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ก็ภิกษุเป็นผู้เพ่งพินิจโดยวิธี ๓ ประการ เป็นอย่างไร? 

ภิกษุในธรรมวินัยนี้ 
ย่อมเพ่งพินิจ
โดยความเป็นธาตุประการหนึ่ง 
โดยความเป็นอายตนะประการหนึ่ง 
โดยความเป็นปฏิจจสมุปบาทประการหนึ่ง. 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
อย่างนี้แล ภิกษุย่อมเป็นผู้เพ่งพินิจโดยวิธี ๓ ประการ. 

ภิกษุฉลาดในฐานะ ๗ ประการ ผู้เพ่งพินิจโดยวิธี ๓ ประการ เราเรียกว่า ยอดบุรุษ ผู้เสร็จกิจ อยู่จบพรหมจรรย์ในธรรมวินัยนี้. 
 
จบ สูตรที่ ๕.
____________
พระไตรปิฎกไทย (ฉบับหลวง)  เล่มที่ ๑๗ ข้อที่ ๑๑๘ - ๑๒๔

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น