13 มกราคม 2563

ประเภทของกรรม

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
กรรม ๔ ประการนี้ เรากระทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเอง แล้วประกาศให้ทราบ 

กรรม ๔ ประการเป็นไฉน 

คือ 
กรรมดำมีวิบากดำก็มี 
กรรมขาวมีวิบากขาวก็มี 
กรรมทั้งดำทั้งขาวมีวิบากทั้งดำทั้งขาวก็มี
กรรมไม่ดำไม่ขาวมีวิบากไม่ดำไม่ขาว ย่อมเป็น ไปเพื่อความสิ้นกรรมก็มี ฯ 
 
ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ก็กรรมดำมีวิบากดำเป็นไฉน 

บุคคลบางคนในโลกนี้ 
ย่อมปรุงแต่งกายสังขารอันมีความเบียดเบียน 
ย่อมปรุงแต่งวจีสังขารอันมีความเบียดเบียน 
ย่อมปรุงแต่งมโนสังขารอันมีความเบียดเบียน 
ครั้นแล้วย่อมเข้าถึงโลกที่มีความเบียดเบียน 
ผัสสะอันมีความเบียดเบียนย่อมถูกต้องบุคคลนั้น ผู้เข้าถึงโลกที่มีความเบียดเบียน 
เขาอันผัสสะที่มีความเบียดเบียนถูกต้องแล้ว ย่อมได้เสวยเวทนาที่มีความเบียดเบียน เป็นทุกข์โดยส่วนเดียว เปรียบเหมือนสัตว์นรก นี้เราเรียกว่า กรรมดำมีวิบากดำ ฯ 
 
ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ก็กรรมขาวมีวิบากขาวเป็นไฉน 

บุคคลบางคนในโลกนี้ 
ย่อมปรุงแต่งกายสังขารอันไม่มีความเบียดเบียน 
ย่อมปรุงแต่งวจีสังขารอันไม่มีความเบียดเบียน 
ย่อมปรุงแต่งมโนสังขารอันไม่มีความเบียดเบียน 
ครั้นแล้วย่อมเข้าถึงโลกที่ไม่มีความเบียดเบียน 
ผัสสะอันไม่มีความเบียดเบียนย่อมถูกต้องบุคคลนั้น ผู้เข้าถึงโลกที่ไม่มีความเบียดเบียน 
เขาอันผัสสะที่ไม่มีความเบียดเบียนถูกต้องแล้ว ย่อมได้เสวยเวทนาอันไม่มีความเบียดเบียน เป็นสุขโดยส่วนเดียว เปรียบเหมือนเทพชั้นสุภกิณหะ นี้เราเรียกว่า กรรมขาวมีวิบากขาว ฯ 
 
ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ก็กรรมทั้งดำทั้งขาวมีวิบากทั้งดำทั้งขาวเป็นไฉน 

บุคคลบางคนในโลกนี้ 
ย่อมปรุงแต่งกายสังขารอันมีความเบียดเบียนบ้าง ไม่มีความเบียดเบียนบ้าง
ย่อมปรุงแต่งวจีสังขารอันมีความเบียดเบียนบ้าง ไม่มีความเบียดเบียนบ้าง
ย่อมปรุงแต่งมโนสังขารอันมีความเบียดเบียนบ้าง ไม่มีความเบียดเบียนบ้าง 
ครั้นแล้วย่อมเข้าถึงโลกที่มีความเบียดเบียนบ้าง ไม่มีความเบียดเบียนบ้าง 
ผัสสะอันมีความเบียดเบียนบ้างไม่มีความเบียดเบียนบ้าง ย่อมถูกต้องบุคคลนั้น ผู้เข้าถึงโลกที่มีความเบียดเบียนบ้าง ไม่มีความเบียดเบียนบ้าง 
เขาอันผัสสะที่มีความเบียดเบียนบ้าง ไม่มีความเบียดเบียนบ้างถูกต้องแล้ว ย่อมได้เสวยเวทนาอันมีความเบียดเบียนบ้าง ไม่มีความเบียดเบียนบ้าง มีทั้งสุขและทั้งทุกข์ระคนกัน เปรียบเหมือนมนุษย์ เทพบางพวก และวินิปาติกสัตว์บางพวก นี้เราเรียกว่า กรรมทั้งดำทั้งขาว มีวิบากทั้งดำทั้งขาว ฯ 
 
ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ก็กรรมไม่ดำไม่ขาวมีวิบากไม่ดำไม่ขาวย่อมเป็นไปเพื่อความสิ้นกรรม เป็นไฉน 

เจตนาใดเพื่อละกรรมดำอันมีวิบากดำในบรรดากรรมเหล่านั้นก็ดี 
เจตนาใดเพื่อละกรรมขาวอันมีวิบากขาวก็ดี 
เจตนาใดเพื่อละกรรมทั้งดำทั้งขาวมีวิบากทั้งดำทั้งขาวก็ดี 
นี้เราเรียกว่า กรรมไม่ดำไม่ขาว มีวิบากไม่ดำไม่ขาว ย่อมเป็นไปเพื่อความสิ้นกรรม 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
กรรม ๔ ประการนี้แลเรากระทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้วประกาศให้ทราบ ฯ
___________
พระไตรปิฎกไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๒๑ ข้อที่ ๒๓๓

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น