เราจักแสดงปฏิปทาอันจะยังสัตว์ให้ถึงสักกายสมุทัย (ความเกิดขึ้นแห่งกายตน) และปฏิปทาอันจะยังสัตว์ให้ถึงสักกายนิโรธ (ความดับแห่งกายตน) เธอทั้งหลาย จงฟังปฏิปทาทั้ง ๒ นั้น.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ก็ปฏิปทาอันจะยังสัตว์
ให้ถึงสักกายสมุทัยเป็นไฉน?
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ปุถุชนผู้มิได้สดับแล้วในโลกนี้ ไม่ได้เห็นพระอริยเจ้าทั้งหลาย ไม่ฉลาดในธรรมแห่งพระอริยะ มิได้รับการแนะนำในอริยธรรม ไม่ได้เห็น
สัตบุรุษทั้งหลาย ไม่ฉลาดในธรรมของสัตบุรุษ ไม่ได้รับการแนะนำในสัปปุริสธรรม
ย่อมตามเห็นรูปโดยความเป็นตน ๑
ย่อมเห็นตนมีรูป ๑
ย่อมเห็นรูปในตน ๑
ย่อมเห็นตนในรูป ๑
ย่อมเห็นเวทนาโดยความเป็นตน ๑
ย่อมเห็นตนมีเวทนา ๑
ย่อมเห็นเวทนาในตน ๑
ย่อมเห็นตนในเวทนา ๑ ย่อมเห็นสัญญาโดยความเป็นตน ๑
ย่อมเห็นตนมีสัญญา ๑
ย่อมเห็นสัญญาในตน ๑
ย่อมเห็นตนในสัญญา ๑ ย่อมเห็นสังขารโดยความเป็นตน ๑
ย่อมเห็นตนมีสังขาร ๑
ย่อมเห็นสังขารในตน ๑
ย่อมเห็นตนในสังขาร ๑ ย่อมเห็นวิญญาณโดยความเป็นตน ๑
ย่อมเห็นตนมีวิญญาณ ๑
ย่อมเห็นวิญญาณในตน ๑
ย่อมเห็นตนในวิญญาณ ๑
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
นี้เรียกว่า ปฏิปทาอันจะยังสัตว์
ให้ถึงสักกายสมุทัย.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
คำที่กล่าวแล้วนี้ เรียกว่า การตามเห็นอันจะยังสัตว์
ให้ถึงทุกขสมุทัย (ความเกิดขึ้นแห่งทุกข์) นี้แล เป็นใจความข้อนี้.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ก็ปฏิปทาอันจะยังสัตว์ให้ถึงสักกายนิโรธเป็นไฉน?
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
อริยสาวกผู้ได้สดับแล้วในศาสนานี้ ได้เห็นพระอริยะทั้งหลาย ฉลาดในธรรมของพระอริยะ ได้รับการแนะนำดีแล้วในอริยธรรม ได้เห็นสัตบุรุษทั้งหลาย ฉลาดในธรรมของสัตบุรุษ ได้รับการแนะนำดีแล้วในสัปปุริสธรรม
ย่อมไม่ตามเห็นรูปโดยความเป็นตน ๑
ย่อมไม่ตามเห็นตนมีรูป ๑
ย่อมไม่ตามเห็นรูปในตน ๑
ย่อมไม่ตามเห็นตนในรูป ๑
ไม่ตามเห็นเวทนาโดยความเป็นตน ๑
ไม่ตามเห็นตนมีเวทนา ๑
ไม่ตามเห็นเวทนาในตน ๑
ไม่ตามเห็นตนในเวทนา ๑ ไม่ตามเห็นสัญญาโดยความเป็นตน ๑
ไม่ตามเห็นตนมีสัญญา ๑
ไม่ตามเห็นสัญญาในตน ๑
ไม่ตามเห็นตนในสัญญา ๑ ไม่ตามเห็นสังขารโดยความเป็นตน ๑
ไม่ตามเห็นตนมีสังขาร ๑
ไม่ตามเห็นสังขารในตน ๑
ไม่ตามเห็นตนในสังขาร ๑ ไม่ตามเห็นวิญญาณโดยความเป็นตน ๑
ไม่ตามเห็นตนมีวิญญาณ ๑
ไม่ตามเห็นวิญญาณในตน ๑
ไม่ตามเห็นตนในวิญญาณ ๑.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
นี้เรียกว่า ปฏิปทาอันจะยังสัตว์ให้ถึงสักกายนิโรธ.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
คำที่กล่าวแล้วนี้ เรียกว่า การพิจารณาเห็นอันจะยังสัตว์ให้
ถึงทุกขนิโรธ นี้แล เป็นใจความในข้อนี้.
___________
พระไตรปิฎกไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๑๗ ข้อที่ ๘๙ - ๙๐
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น