กามวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้นมิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น
พยาบาทวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้น
มิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น
วิหิงสาวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้น มิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น ฯ
ก็กามวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้น มิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น พยาบาทวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้น มิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น วิหิงสาวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้นมิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น
อย่างไร
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ความหมายรู้ในกามบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยกามธาตุ
ความดำริในกามบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความหมายรู้ในกาม
ความพอใจในกามบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความดำริในกาม
ความเร่าร้อนเพราะกามบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความพอใจในกาม
การแสวงหากามบังเกิดขึ้น
เพราะอาศัยความเร่าร้อนเพราะกาม
ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ เมื่อแสวงหากาม ย่อมปฏิบัติผิดโดยฐานะ ๓
คือ กาย วาจา ใจ
ความหมายรู้ในพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะพยาปาทธาตุ
ความดำริในพยาบาท
บังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความหมายรู้ในพยาบาท
ความพอใจในพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความ
ดำริในพยาบาท
ความเร่าร้อนเพราะพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความพอใจในพยาบาท
การแสวงหาพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความเร่าร้อนเพราะพยาบาท
ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ เมื่อแสวงหาพยาบาทย่อมปฏิบัติผิดโดยฐานะ ๓ คือ กาย วาจา ใจ
ความหมายรู้ในวิหิงสาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยวิหิงสาธาตุ
ความดำริในวิหิงสาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความหมายรู้ในวิหิงสา
ความพอใจในวิหิงสาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความดำริในวิหิงสา
ความเร่าร้อนเพราะวิหิงสาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัย
ความพอใจในวิหิงสา
การแสวงหาวิหิงสาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความเร่าร้อนเพราะวิหิงสา
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ เมื่อแสวงหาวิหิงสา ย่อมปฏิบัติผิดโดยฐานะ ๓ คือ กาย
วาจา ใจ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
บุรุษวางคบหญ้าที่ไฟติดแล้วในป่าหญ้าแห้ง ถ้าหากเขาไม่รีบดับด้วยมือและเท้าไซร้ ก็เมื่อเป็นเช่นนี้ สัตว์มีชีวิตทั้งหลายบรรดาที่อาศัยหญ้าและไม้อยู่ พึงถึงความพินาศฉิบหาย แม้ฉันใด
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
สมณะหรือพราหมณ์คนใดคนหนึ่ง ก็ฉันนั้น
เหมือนกัน ไม่รีบละ ไม่รีบบรรเทา ไม่รีบทำให้สิ้นสุด ไม่รีบทำให้ไม่มีซึ่งอกุศลสัญญาที่ก่อกวน
อันบังเกิดขึ้นแล้วสมณะหรือพราหมณ์นั้น ย่อมอยู่เป็นทุกข์ มีความอึดอัด คับแค้น เร่าร้อน
ในปัจจุบัน เบื้องหน้าแต่มรณะ เพราะกายแตก พึงหวังทุคติได้ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เนกขัมมวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้น มิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น
อัพยาปาทวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้น มิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น อวิหิงสาวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้น
มิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ก็เนกขัมมวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้น มิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น อัพยาปาทวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้น มิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น อวิหิงสาวิตกย่อมมีเหตุบังเกิดขึ้น
มิใช่ไม่มีเหตุบังเกิดขึ้น อย่างไร
ภิกษุทั้งหลาย
ความหมายรู้ในเนกขัมมะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัย
เนกขัมมธาตุ
ความดำริในเนกขัมมะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความหมายรู้ในเนกขัมมะ
ความพอใจในเนกขัมมะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความดำริในเนกขัมมะ
ความเร่าร้อนเพราะเนกขัมมะบังเกิดขึ้น
เพราะอาศัยความพอใจในเนกขัมมะ
การแสวงหาในเนกขัมมะบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความเร่าร้อนเพราะเนกขัมมะ
อริยสาวกผู้ได้สดับ เมื่อแสวงหาเนกขัมมะ ย่อมปฏิบัติชอบโดยฐานะ ๓ คือ
กาย วาจา ใจ
ความหมายรู้ในอัพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยอัพยาปาทธาตุ
ความดำริในอัพยาบาท
บังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความหมายรู้ในอัพยาบาท
ความพอใจในอัพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะอาศัย
ความดำริในอัพยาบาท
ความเร่าร้อนเพราะอัพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความพอใจในอัพยาบาท
การแสวงหาในอัพยาบาทบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความเร่าร้อนเพราะอัพยาบาท
อริยสาวกผู้ได้สดับ
เมื่อแสวงหาอัพยาบาท ย่อมปฏิบัติชอบโดยฐานะ ๓ คือ กาย วาจา ใจ
ความหมายรู้ในอวิหิงสา
บังเกิดขึ้นเพราะอาศัยอวิหิงสาธาตุ
ความดำริในอวิหิงสาเกิดขึ้นเพราะอาศัยความหมายรู้ในอวิหิงสา
ความพอใจในอวิหิงสาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความดำริในอวิหิงสา
ความเร่าร้อนเพราะอวิหิงสาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความพอใจในอวิหิงสา
การแสวงหาในอวิหิงสาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยความเร่าร้อนเพราะอวิหิงสา
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
อริยสาวกผู้ได้สดับ เมื่อแสวงหาอวิหิงสา ย่อมปฏิบัติชอบโดยฐานะ ๓ คือ กาย วาจา ใจ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
บุรุษพึงวางคบหญ้าที่ไฟติดแล้วในป่าหญ้าแห้ง เขาจึงรีบดับ
คบนั้นเสียด้วยมือและเท้า ก็เมื่อเป็นเช่นนี้สัตว์ มีชีวิตทั้งหลายบรรดาที่อาศัยหญ้าและไม้อยู่
ไม่พึงถึงความพินาศฉิบหาย แม้ฉันใด
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
สมณะหรือพราหมณ์คนใดคนหนึ่ง
ก็ฉันนั้นเหมือนกัน รีบละ รีบบรรเทา รีบทำให้หมด รีบทำให้ไม่มีซึ่งอกุศลสัญญาที่ก่อกวน
อันบังเกิดขึ้นแล้วเขาย่อมอยู่เป็นสุข ไม่มีความอึดอัด ความคับแค้น ความเร่าร้อน ในปัจจุบัน
เบื้องหน้าแต่มรณะ เพราะกายแตก พึงหวังสุคติได้ ฯ
____________
พระไตรปิฎกไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๑๖ ข้อที่ ๓๕๕ - ๓๖๐
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น