6 เมษายน 2563

วนปัตถสูตร - ว่าด้วยการอยู่ป่า

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
เราจะแสดงวนปัตถปริยาย [เหตุของการอยู่ป่าชัฏ] แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟังปริยายนั้น จงใส่ใจให้ดีเราจักกล่าว 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ 
ย่อมเข้าไปอาศัยป่าชัฏแห่งใดแห่งหนึ่งอยู่ 
เมื่อเธอเข้าไปอาศัยป่าชัฏนั้นอยู่ 
สติที่ยังไม่ปรากฏก็ไม่ปรากฏ 
จิตที่ยังไม่ตั้งมั่นก็ไม่ตั้งมั่น 
อาสวะที่ยังไม่สิ้นไปก็ไม่ถึงความสิ้นไป 
และภิกษุนั้น ไม่ได้บรรลุธรรมอันปลอดโปร่งจากโยคะอย่างสูงที่ยังไม่บรรลุด้วย 
ส่วนปัจจัยเครื่องอุดหนุนชีวิต คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขารเหล่าใด ที่บรรพชิตจำต้องนำมาบริโภค ปัจจัยเหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นได้โดยยาก 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ภิกษุนั้นพึงพิจารณาเห็นดังนี้ว่า 
เราเข้ามาอาศัยป่าชัฏนี้อยู่ 
เมื่อเราเข้ามาอาศัยป่าชัฏนี้อยู่ 
สติที่ยังไม่ปรากฏก็ไม่ปรากฏ 
จิตที่ยังไม่ตั้งมั่นก็ไม่ตั้งมั่น 
อาสวะที่ยังไม่สิ้นไปก็ไม่ถึงความสิ้นไป 
และเราไม่ได้บรรลุธรรมอันปลอดโปร่งจากโยคะอย่างสูงที่ยังไม่บรรลุด้วย 
ส่วนปัจจัยเครื่องอุดหนุนชีวิต คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขารเหล่าใด ที่บรรพชิตจำต้องนำมาบริโภค ปัจจัยเหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นได้โดยยาก 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ภิกษุนั้นควรหลีกไปเสียจากป่าชัฏนั้น ในเวลากลางคืน หรือในเวลากลางวันก็ตาม ไม่ควรอยู่. 


เหตุของการอยู่ป่า 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ เข้าไปอาศัยป่าชัฏแห่งใดแห่งหนึ่งอยู่ 
เมื่อเธอเข้าไปอาศัยป่าชัฏนั้นอยู่ 
สติที่ยังไม่ปรากฏก็ไม่ปรากฏ 
จิตที่ยังไม่ตั้งมั่นก็ไม่ตั้งมั่น 
อาสวะที่ยังไม่สิ้นไปก็ไม่ถึงความสิ้นไป 
และภิกษุนั้นไม่ได้บรรลุธรรมอันปลอดโปร่งจากโยคะอย่างสูงที่ยังไม่บรรลุด้วย 
ส่วนปัจจัยเครื่องอุดหนุนชีวิต คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และ คิลานปัจจัยเภสัชบริขารเหล่าใด ที่บรรพชิตจำเป็นต้องนำมาบริโภค ปัจจัยเหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นโดยไม่ยาก 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ภิกษุนั้นพึงพิจารณาเห็นดังนี้ว่า 
เราเข้ามาอาศัยป่าชัฏนี้อยู่ 
เมื่อเราเข้ามาอาศัยป่าชัฏนี้อยู่ 
สติที่ยังไม่ปรากฏก็ไม่ปรากฏ
จิตที่ยังไม่ตั้งมั่นก็ไม่ตั้งมั่น 
อาสวะที่ยังไม่สิ้นไปก็ไม่ถึงความสิ้นไป 
และเราไม่ได้บรรลุธรรมอันปลอดโปร่งจากโยคะอย่างสูงที่ยังไม่บรรลุด้วย 
ส่วนปัจจัยเครื่องอุดหนุนชีวิต คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัช บริขารเหล่าใด ที่บรรพชิตจำต้องนำมาบริโภค ปัจจัยเหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นได้โดยไม่ยาก 
แต่ว่าเราไม่ได้ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต เพราะเหตุแห่งจีวร เพราะเหตุแห่งบิณฑบาต เพราะเหตุแห่งเสนาสนะ เพราะเหตุแห่งคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร 
ก็ครั้นเป็นเช่นนั้น เมื่อเราเข้ามาอาศัยป่าชัฏนี้อยู่ 
สติที่ยังไม่ปรากฏ ก็ไม่ปรากฏ 
จิตที่ยังไม่ตั้งมั่น ก็ไม่ตั้งมั่น 
อาสวะที่ยังไม่สิ้นไป ก็ไม่ถึงความสิ้นไป 
และเราไม่ได้บรรลุธรรมอันปลอดโปร่งจากโยคะอย่างสูงที่ยังไม่บรรลุด้วย 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ภิกษุนั้นแม้รู้แล้วควรหลีกไปเสียจากป่าชัฏนั้น ไม่ควรอยู่. 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ เข้าไปอาศัยป่าชัฏแห่งใดแห่งหนึ่งอยู่ 
เมื่อเธอเข้าไปอาศัยป่าชัฏนั้นอยู่ 
สติที่ยังไม่ปรากฏก็ปรากฏ 
จิตที่ยังไม่ตั้งมั่นก็ตั้งมั่น 
อาสวะที่ยังไม่สิ้นไปก็ถึงความสิ้นไป 
และภิกษุนั้นย่อมได้บรรลุธรรมอันปลอดโปร่งจากโยคะอย่างสูงที่ยังไม่บรรลุด้วย 
ส่วนปัจจัยเครื่องอุดหนุนชีวิต คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัย เภสัชบริขารเหล่าใด ที่บรรพชิตจำต้องนำมาบริโภค ปัจจัยเหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นได้โดยยาก 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ภิกษุนั้นพึงพิจารณาเห็นดังนี้ว่า 
เราเข้ามาอาศัยป่าชัฏนี้อยู่ 
เมื่อเราเข้ามาอาศัยป่าชัฏนี้อยู่ 
สติที่ยังไม่ปรากฏก็ปรากฏ 
จิตที่ยังไม่ตั้งมั่นก็ตั้งมั่น 
อาสวะที่ยังไม่สิ้นไปก็ถึงความสิ้นไป 
และเราย่อมได้บรรลุธรรมอันปลอดโปร่งจากโยคะอย่างสูงที่ยังไม่บรรลุด้วย 
ส่วนปัจจัยเครื่องอุดหนุนชีวิต คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขารเหล่าใด ที่บรรพชิต จำต้องนำมาบริโภค ปัจจัยเหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นได้โดยยาก 
แต่ว่าเราไม่ได้ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต เพราะเหตุแห่งจีวร เพราะเหตุแห่งบิณฑบาต เพราะเหตุแห่งเสนาสนะ เพราะเหตุแห่งคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร 
ก็ครั้นเป็นเช่นนั้น 
เมื่อเราเข้ามาอาศัยป่าชัฏนี้อยู่ 
สติที่ยังไม่ปรากฏ ก็ปรากฏ 
จิตที่ยังไม่ตั้งมั่น ก็ตั้งมั่น 
อาสวะที่ยังไม่สิ้นไป ก็ถึงความสิ้นไป 
และเราย่อมได้บรรลุธรรมอันปลอดโปร่งจากโยคะอย่างสูงที่ยังไม่บรรลุด้วย 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ภิกษุนั้นแม้รู้แล้ว ก็ควรอยู่ในป่าชัฏนั้น ไม่ควรหลีกไปเสีย.
  
ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ เข้าไปอาศัยป่าชัฏแห่งใดแห่งหนึ่งอยู่ 
เมื่อเธอเข้าไปอาศัยป่าชัฏนั้นอยู่ 
สติที่ยังไม่ปรากฏก็ปรากฏ
จิตที่ยังไม่ตั้งมั่นก็ตั้งมั่น 
อาสวะที่ยังไม่สิ้นไปก็ถึงความสิ้นไป 
และภิกษุนั้นได้บรรลุธรรมอันปลอดโปร่งจากโยคะอย่างสูงที่ยังไม่บรรลุด้วย 
ส่วนปัจจัยเครื่องอุดหนุนชีวิต คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัย เภสัชบริขารเหล่าใดที่บรรพชิตจำต้องนำมาบริโภค ปัจจัยเหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นได้โดยไม่ยาก 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ภิกษุนั้นพึงพิจารณาเห็นดังนี้ว่า 
เราเข้ามาอาศัยป่าชัฏนี้อยู่ 
เมื่อเราเข้ามาอาศัยป่าชัฏนี้อยู่ 
สติที่ยังไม่ปรากฏก็ปรากฏ 
จิตที่ยังไม่ตั้งมั่นก็ตั้งมั่น 
อาสวะที่ยังไม่สิ้นไปก็ถึงความสิ้นไป 
และเราย่อมได้บรรลุความปลอดโปร่งจากโยคะอย่างสูงที่ยังไม่บรรลุด้วย 
ส่วนปัจจัยเครื่องอุดหนุนชีวิต คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขารเหล่าใด ที่บรรพชิตจำต้องนำมาบริโภคปัจจัยเหล่านั้นย่อมเกิดขึ้นได้โดยไม่ยาก 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ภิกษุนั้นควรอยู่ในป่าชัฏนั้นจนตลอดชีวิต ไม่ควรหลีกไปเสีย. 


การอยู่อาศัยบ้านเป็นต้น 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ 
เข้าไปอาศัยบ้านแห่งใดแห่งหนึ่ง อยู่ ... 
เข้าไปอาศัยนิคมแห่งใดแห่งหนึ่งอยู่ ... 
เข้าไปอาศัยนครแห่งใดแห่งหนึ่งอยู่ ... 
เข้าไปอาศัยชนบทแห่งใดแห่งหนึ่งอยู่ ... 
เข้าไปอาศัยบุคคลใดบุคคลหนึ่งอยู่ 
เมื่อเธอเข้าไปอาศัยบุคคลนั้นอยู่ 
สติที่ยังไม่ปรากฏก็ไม่ปรากฏ 
จิตที่ยังไม่ตั้งมั่นก็ไม่ตั้งมั่น 
อาสวะที่ยังไม่สิ้นไปก็ไม่ถึงความสิ้นไป 
และภิกษุนั้นไม่ได้บรรลุธรรมอันปลอดโปร่งจากโยคะอย่างสูงที่ยังไม่บรรลุด้วย 
ส่วนปัจจัยเครื่องอุดหนุนชีวิต คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขารเหล่าใด ที่บรรพชิตจำต้องนำมาบริโภค ปัจจัยเหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นได้โดยยาก 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ภิกษุนั้นพึงพิจารณาเห็นดังนี้ว่า 
เราเข้ามาอาศัยบุคคลนี้อยู่ 
เมื่อเราเข้ามาอาศัยบุคคลนี้อยู่ 
สติที่ยังไม่ปรากฏก็ไม่ปรากฏ 
จิตที่ยังไม่ตั้งมั่นก็ไม่ตั้งมั่น 
อาสวะที่ยังไม่สิ้นไปก็ไม่ถึงความสิ้นไป 
และไม่ได้บรรลุธรรมอันปลอดโปร่งจากโยคะอย่างสูงที่ยังไม่บรรลุด้วย 
ส่วนปัจจัยเครื่องอุดหนุนชีวิต คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขารเหล่าใด ที่บรรพชิตจำต้องนำมาบริโภค ปัจจัยเหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นได้โดยยาก 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ภิกษุนั้นไม่ต้องบอกบุคคลนั้น ควรหลีกไปเสียในเวลากลางวัน หรือกลางคืน ไม่ควรพัวพันกะบุคคลนั้นเลย. 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ 
เข้าไปอาศัยบุคคลใดบุคคลหนึ่งอยู่ 
เมื่อเธอเข้าไปอาศัยบุคคลนั้น 
สติที่ยังไม่ปรากฏก็ไม่ปรากฏ 
จิตที่ยังไม่ตั้งมั่นก็ไม่ตั้งมั่น 
อาสวะที่ยังไม่สิ้นไปก็ไม่ถึงความสิ้นไป 
และภิกษุนั้นไม่ได้บรรลุธรรมอันปลอดโปร่งจากโยคะอย่างสูงที่ยังไม่บรรลุด้วย 
ส่วนปัจจัยเครื่องอุดหนุนชีวิต คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขารเหล่าใด ที่บรรพชิตจำต้องนำมาบริโภค ปัจจัยเหล่านั้นย่อมเกิดขึ้นได้โดยไม่ยาก 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ภิกษุนั้นพึงพิจารณาเห็นดังนี้ว่า 
เราเข้ามาอาศัยบุคคลนี้อยู่ 
เมื่อเราเข้ามาอาศัยบุคคลนี้อยู่ 
สติที่ยังไม่ปรากฏก็ไม่ปรากฏ 
จิตที่ยังไม่ตั้งมั่นก็ไม่ตั้งมั่น 
อาสนะที่ยังไม่สิ้นไปก็ไม่ถึงความสิ้นไป 
และเราไม่ได้บรรลุธรรมอันปลอดโปร่งจากโยคะอย่างสูงที่ยังไม่บรรลุด้วย 
ส่วนปัจจัย เครื่องอุดหนุนชีวิต คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขารเหล่าใด ที่บรรพชิตจำต้องนำมาบริโภค ปัจจัยเหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นได้โดยไม่ยาก 
แต่ว่าเราไม่ได้ออกจาก เรือนบวชเป็นบรรพชิต เพราะเหตุแห่งจีวร เพราะเหตุแห่งบิณฑบาต เพราะเหตุแห่งเสนาสนะ เพราะเหตุแห่งคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร 
ก็ครั้นเป็นเช่นนั้น เมื่อเราเข้ามาอาศัยบุคคลนี้อยู่ 
สติที่ยังไม่ปรากฏก็ไม่ปรากฏ 
จิตที่ยังไม่ตั้งมั่นก็ไม่ตั้งมั่น 
อาสวะที่ยังไม่สิ้นไปก็ไม่ถึงความสิ้นไป 
และเราไม่ได้บรรลุธรรมอันปลอดโปร่งจากโยคะอย่างสูงที่ยังไม่บรรลุด้วย 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ภิกษุนั้น แม้รู้แล้วไม่ต้องบอกบุคคลนั้น ควรหลีกไปเสีย ไม่ควรพัวพันกะบุคคลนั้นเลย. 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ 
เข้าไปอาศัยบุคคลใดบุคคลหนึ่งอยู่ 
เมื่อเธอเข้าไปอาศัยบุคคลนั้นอยู่ 
สติที่ยังไม่ปรากฏก็ปรากฏ 
จิตที่ยังไม่ตั้งมั่นก็ตั้งมั่น 
อาสวะที่ยังไม่สิ้นไปก็ถึงความสิ้นไป 
และภิกษุนั้นได้บรรลุธรรมอันปลอดโปร่งจากโยคะอย่างสูงที่ยังไม่บรรลุด้วย 
ส่วนปัจจัยเครื่องอุดหนุนชีวิต คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัช บริขารเหล่าใดที่บรรพชิตจำต้องนำมาบริโภค ปัจจัยเหล่านั้นย่อมเกิดขึ้นได้โดยยาก 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ภิกษุนั้นพึงพิจารณาเห็นดังนี้ว่า 
เราเข้ามาอาศัยบุคคลนี้อยู่ 
เมื่อเราเข้ามาอาศัยบุคคลนี้อยู่ 
สติที่ยังไม่ปรากฏก็ปรากฏ 
จิตที่ยังไม่ตั้งมั่นก็ตั้งมั่น 
อาสวะที่ยังไม่สิ้นไปก็ถึงความสิ้นไป 
และเราได้บรรลุธรรมอันปลอดโปร่งจากโยคะอย่างสูงที่ยังไม่บรรลุด้วย 
ส่วนปัจจัยเครื่องอุดหนุนชีวิต คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขารเหล่าใด ที่บรรพชิตจำต้องนำมาบริโภค ปัจจัยเหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นได้โดยยาก 
แต่ว่าเราไม่ได้ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต เพราะเหตุแห่งจีวร เพราะเหตุแห่งบิณฑบาต เพราะเหตุแห่งเสนาสนะ เพราะเหตุแห่งคิลาน ปัจจัยเภสัชบริขาร 
ก็ครั้นเป็นเช่นนั้น 
เมื่อเราเข้ามาอาศัยบุคคลนี้อยู่ 
สติที่ยังไม่ปรากฏก็ปรากฏ 
จิตที่ยังไม่ตั้งมั่นก็ตั้งมั่น 
อาสวะที่ยังไม่สิ้นไปก็ถึงความสิ้นไป 
และเราได้บรรลุธรรมอันปลอดโปร่ง จากโยคะอย่างสูงที่ยังไม่บรรลุด้วย 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ภิกษุนั้นแม้รู้แล้วก็ควรพัวพันกะบุคคลนั้น ไม่ควรหลีกไปเสีย.
  
ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ 
เข้าไปอาศัยบุคคลใดบุคคลหนึ่งอยู่ 
เมื่อเธอเข้าไปอาศัยบุคคลนั้นอยู่ 
สติที่ยังไม่ปรากฏก็ปรากฏ 
จิตที่ยังไม่ตั้งมั่นก็ตั้งมั่น 
อาสวะที่ยังไม่สิ้นไปก็ถึงความสิ้นไป 
และภิกษุนั้นได้บรรลุธรรมอันปลอดโปร่งจากโยคะอย่างสูง ที่ยังไม่บรรลุด้วย 
ส่วนปัจจัยเครื่องอุดหนุนชีวิต คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัช บริขารเหล่าใด ที่บรรพชิตจำต้องนำมาบริโภค ปัจจัยเหล่านั้นย่อมเกิดขึ้นได้โดยไม่ยาก 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ภิกษุนั้นพึงพิจารณาเห็นดังนี้ว่า 
เราเข้ามาอาศัยบุคคลนี้อยู่ 
เมื่อเข้ามาอาศัยบุคคลนี้อยู่ 
สติที่ยังไม่ปรากฏก็ปรากฏ 
จิตที่ยังไม่ตั้งมั่นก็ตั้งมั่น 
อาสวะที่ยังไม่สิ้นไปก็ถึงความสิ้นไป 
และเราได้บรรลุธรรมอันปลอดโปร่งจากโยคะอย่างสูง ที่ยังไม่บรรลุด้วย 
ส่วนปัจจัยเครื่องอุดหนุนชีวิต คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขารเหล่าใด ที่บรรพชิตจำต้องนำมาบริโภค ปัจจัยเหล่านั้นย่อมเกิดขึ้นได้โดยไม่ยาก 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ภิกษุนั้นควรพัวพันอยู่กะบุคคลนั้นจนตลอดชีวิต ไม่ควรหลีกไปเสีย แม้จะถูกขับไล่ก็ตาม. 

_____________________
พระไตรปิฎกไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๑๒ ข้อที่ ๒๓๔ - ๒๔๒

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น