3 เมษายน 2563

ปุพพโกฏฐกสูตร - อินทรีย์ ๕ อันบุคคลเจริญแล้ว​ กระทำให้มากแล้ว​ ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ

ดูกรสารีบุตร 
เธอเชื่อหรือว่า
สัทธินทรีย์ที่บุคคลเจริญแล้ว​ กระทำให้มากแล้ว ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
วิริยินทรีย์ที่บุคคลเจริญแล้ว​ กระทำให้มากแล้ว ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
สตินทรีย์ที่บุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว​ ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
สมาธินทรีย์ที่บุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว​ ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
ปัญญินทรีย์ที่บุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว​ ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด.
   
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ​ 
ในเรื่องนี้ข้าพระองค์ไม่ถึงความเชื่อต่อพระผู้มีพระภาคว่า 
สัทธินทรีย์อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว​ ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
วิริยินทรีย์อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว​ ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
สตินทรีย์อันบุคคลเจริญแล้ว​ กระทำให้มากแล้ว ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
สมาธินทรีย์อันบุคคลเจริญแล้ว​ กระทำให้มากแล้ว ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
ปัญญินทรีย์อันบุคคลเจริญแล้ว​ กระทำให้มากแล้ว ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด

ด้วยว่าอมตะนั้น ชนเหล่าใดยังไม่รู้​ ไม่เห็น ไม่ทราบ ไม่กระทำให้แจ้ง​ ไม่พิจารณาเห็นด้วยปัญญา ชนเหล่านั้นพึงถึงความเชื่อต่อชนเหล่าอื่น ในอมตะนั้นว่า 
สัทธินทรีย์อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว​ ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
วิริยินทรีย์​อันบุคคลเจริญแล้ว​ กระทำให้มากแล้ว​ ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
สตินทรีย์อันบุคคลเจริญแล้ว​ กระทำให้มากแล้ว ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
สมาธินทรีย์อันบุคคลเจริญแล้ว​ กระทำให้มากแล้ว ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
ปัญญินทรีย์อันบุคคลเจริญแล้ว​ กระทำให้มากแล้ว ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด

ก็แล​ อมตะนั้นชนเหล่าใดรู้แล้ว  เห็นแล้ว ทราบแล้ว กระทำให้แจ้งแล้ว พิจารณาเห็นแล้วด้วยปัญญา​ ชนเหล่านั้นหมดความเคลือบแคลงสงสัยในอมตะนั้นว่า 
สัทธินทรีย์​อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว​ ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
วิริยินทรีย์​อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว​ ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
สตินทรีย์อันบุคคลเจริญแล้ว​ กระทำให้มากแล้ว ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
สมาธินทรีย์อันบุคคลเจริญแล้ว​ กระทำให้มากแล้ว ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
ปัญญินทรีย์อันบุคคลเจริญแล้ว​ กระทำให้มากแล้ว ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
 
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็อมตะนั้น​ ข้าพระองค์รู้แล้ว เห็นแล้ว ทราบแล้ว​ กระทำให้แจ้งแล้ว​ พิจารณาเห็นแล้วด้วยปัญญา ข้าพระองค์จึงหมดความเคลือบแคลงสงสัยในอมตะนั้นว่า​ 
สัทธินทรีย์​อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว​ ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
วิริยินทรีย์​อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว​ ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
สตินทรีย์อันบุคคลเจริญแล้ว​ กระทำให้มากแล้ว ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
สมาธินทรีย์อันบุคคลเจริญแล้ว​ กระทำให้มากแล้ว ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
ปัญญินทรีย์อันบุคคลเจริญแล้ว​ กระทำให้มากแล้ว ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด.
   
ดีละๆ สารีบุตร ด้วยว่าอมตะนั้น ชนเหล่าใดยังไม่รู้ ไม่เห็น​ ไม่ทราบ​ ไม่กระทำให้แจ้ง ไม่พิจารณาเห็นแล้วด้วยปัญญา ชนเหล่านั้น พึงถึงความเชื่อต่อชนเหล่าอื่นในอมตะนั้นว่า 
สัทธินทรีย์อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว​ ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
วิริยินทรีย์​อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว​ ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
สตินทรีย์อันบุคคลเจริญแล้ว​ กระทำให้มากแล้ว ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
สมาธินทรีย์อันบุคคลเจริญแล้ว​ กระทำให้มากแล้ว ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
ปัญญินทรีย์อันบุคคลเจริญแล้ว​ กระทำให้มากแล้ว ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด

ก็แล อมตะนั้น​ ชนเหล่าใดรู้แล้ว  เห็นแล้ว​ ทราบแล้ว กระทำให้แจ้งแล้ว พิจารณาเห็นแล้วด้วยปัญญา​ ชนเหล่านั้นหมดความเคลือบแคลงสงสัยในอมตะนั้นว่า 
สัทธินทรีย์​อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว​ ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
วิริยินทรีย์​อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว​ ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
สตินทรีย์อันบุคคลเจริญแล้ว​ กระทำให้มากแล้ว ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
สมาธินทรีย์อันบุคคลเจริญแล้ว​ กระทำให้มากแล้ว ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด
ปัญญินทรีย์อันบุคคลเจริญแล้ว​ กระทำให้มากแล้ว​ ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด​ ดังนี้แล.

______________________
พระไตรปิฎก​ไทย​(ฉบับ​หลวง)​ เล่มที่​ ๑๙​​ ข้อที่​ ๙๘๓-๙๘๖

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น