13 พฤศจิกายน 2562

สัญญาสูตร - ว่าด้วยการเจริญอนิจสัญญา

ว่าด้วยการเจริญอนิจจสัญญา

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
อนิจจสัญญา อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมครอบงำกามราคะทั้งปวงได้ 
ย่อมครอบงำรูปราคะทั้งปวงได้ 
ย่อมครอบงำภวราคะทั้งปวงได้ 
ย่อมครอบงำอวิชชาทั้งปวงได้ 
ย่อมถอนขึ้นซึ่งอัสมิมานะทั้งปวงได้. 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ในสรทสมัย ชาวนาเมื่อไถนาด้วยไถคันใหญ่ ย่อมไถทำลายความสืบต่อแห่งราก (หญ้า) ทุกชนิด แม้ฉันใด. 
อนิจจสัญญา อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมครอบงำ กามราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำ รูปราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำภวราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำอวิชชาทั้งปวงได้ ย่อมถอนขึ้นซึ่งอัสมิมานะทั้งปวงได้ ฉันนั้นเหมือนกันแล.
 
ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
คนเกี่ยวหญ้ามุงกระต่าย เกี่ยวหญ้ามุงกระต่ายแล้ว จับปลาย เขย่า ฟาด สลัดออก แม้ฉันใด. 
อนิจจสัญญา อันบุคคลเจริญแล้ว ฯลฯ ฉันนั้นเหมือนกันแล.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
เมื่อพวงมะม่วงขาดจากขั้ว ในมะม่วงเหล่านั้น มะม่วง
เหล่าใดเนื่องด้วยขั้ว มะม่วงเหล่านั้นทั้งหมด ย่อมเป็นของหลุดไปตามขั้วมะม่วงนั้น แม้ฉันใด.
อนิจจสัญญา อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมครอบงำ กามราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำ รูปราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำภวราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำอวิชชาทั้งปวงได้ ย่อมถอนขึ้นซึ่งอัสมิมานะทั้งปวงได้ ฉันนั้นเหมือนกันแล.
  
ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
กลอนใดๆ แห่งเรือนยอด กลอนทั้งหมดนั้นไปสู่ยอด
น้อมไปที่ยอด ประชุมลงที่ยอด ยอด ชนทั้งหลายกล่าวว่า เลิศกว่ากลอนเหล่านั้น  แม้ฉันใด.
อนิจจสัญญา อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมครอบงำ กามราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำ รูปราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำภวราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำอวิชชาทั้งปวงได้ ย่อมถอนขึ้นซึ่งอัสมิมานะทั้งปวงได้ ฉันนั้นเหมือนกันแลฯ
 
ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ไม้มีกลิ่นที่รากใดๆ ไม้กะลำพัก ชนทั้งหลายกล่าวว่า
เลิศกว่าไม้มีกลิ่นที่รากเหล่านั้น แม้ฉันใด. 
อนิจจสัญญา อันบุคคลเจริญแล้ว ฉันนั้นเหมือน
กันแล.
 
ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ไม้มีกลิ่นที่แก่นใดๆ จันทน์แดง ชนทั้งหลายกล่าวว่า
เลิศกว่าไม้ที่มีกลิ่นเหล่านั้น แม้ฉันใด. 
อนิจจสัญญา อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมครอบงำ กามราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำ รูปราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำภวราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำอวิชชาทั้งปวงได้ ย่อมถอนขึ้นซึ่งอัสมิมานะทั้งปวงได้ ฉันนั้นเหมือนกันแล.
 
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไม้มีกลิ่นที่ดอกใดๆ มะลิ ชนทั้งหลายกล่าวว่า เลิศกว่าไม้มีกลิ่นที่ดอกเหล่านั้น แม้ฉันใด. 
อนิจจสัญญา อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมครอบงำ กามราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำ รูปราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำภวราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำอวิชชาทั้งปวงได้ ย่อมถอนขึ้นซึ่งอัสมิมานะทั้งปวงได้ ฉันนั้นเหมือนกันแล.
 
ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
พระราชาผู้น้อยใดๆ ทั้งหมดนั้น ย่อมเป็นผู้เสด็จไปตาม (คล้อยตาม) พระเจ้าจักรพรรดิ พระเจ้าจักรพรรดิ ชนทั้งหลายย่อมกล่าวว่า เลิศกว่าพระราชาผู้น้อยเหล่านั้น แม้ฉันใด. 
อนิจจสัญญา อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมครอบงำ กามราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำ รูปราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำภวราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำอวิชชาทั้งปวงได้ ย่อมถอนขึ้นซึ่งอัสมิมานะทั้งปวงได้ ฉันนั้นเหมือนกันแล.
 
ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
แสงดาวทั้งหลาย ชนิดใดชนิดหนึ่ง แสงดาวทั้งหมดนั้นไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งแสงพระจันทร์ แสงพระจันทร์ ชนทั้งหลายกล่าวว่า เลิศกว่าแสงดาว
เหล่านั้น แม้ฉันใด. 
อนิจจสัญญา อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมครอบงำ กามราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำ รูปราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำภวราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำอวิชชาทั้งปวงได้ ย่อมถอนขึ้นซึ่งอัสมิมานะทั้งปวงได้ ฉันนั้นเหมือนกันแล.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ในสรทสมัย ท้องฟ้าบริสุทธิ์ ปราศจากเมฆ พระอาทิตย์ขึ้นไปสู่ท้องฟ้า ย่อมส่องแสงและแผดแสงไพโรจน์ กำจัดความมืดอันอยู่ในอากาศทั่วไป
แม้ฉันใด. 
อนิจจสัญญา อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมครอบงำกามราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำรูปราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำภวราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำอวิชชาทั้งปวงได้ ย่อมถอนขึ้นซึ่งอัสมิมานะได้ทั้งหมด ฉันนั้นเหมือนกันแล.
 
ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ก็อนิจจสัญญา อันบุคคลเจริญแล้วอย่างไร? 
กระทำให้มากแล้วอย่างไร? จึงครอบงำกามราคะทั้งปวง จึงครอบงำรูปราคะทั้งปวงได้ จึงครอบงำภวราคะทั้งปวงได้ จึงครอบงำอวิชชาทั้งปวงได้ ถอนขึ้นซึ่งอัสมิมานะได้หมด. 

อนิจจสัญญา อันบุคคลเจริญแล้วอย่างนี้ กระทำให้มากแล้วอย่างนี้ว่า 
รูปดังนี้ ความเกิดแห่งรูปดังนี้ ความดับแห่งรูปดังนี้. 
เวทนาดังนี้ ความเกิดแห่งเวทนาดังนี้ ความดับแห่งเวทนาดังนี้.
สัญญาดังนี้ ความเกิดแห่งสัญญาดังนี้ ความดับแห่งสัญญาดังนี้.
สังขารดังนี้ ความเกิดแห่งสังขารดังนี้ ความดับแห่งสังขารดังนี้.
วิญญาณดังนี้ ความเกิดขึ้นแห่งวิญญาณดังนี้ ความดับแห่งวิญญาณดังนี้ 
ย่อมครอบงำกามราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำรูปราคะทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำภวราคะ
ทั้งปวงได้ ย่อมครอบงำอวิชชาทั้งปวงได้ ถอนขึ้นซึ่งอัสมิมานะได้ทั้งหมด. 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
อนิจจสัญญา อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว อย่างนี้แล 
ย่อมครอบงำกามราคะทั้งปวงได้ 
ย่อมครอบงำรูปราคะทั้งปวงได้ 
ย่อมครอบงำภวราคะทั้งปวงได้ 
ย่อมครอบงำอวิชชาทั้งปวงได้ 
ย่อมถอนขึ้นซึ่งอัสมิมานะได้หมด.

<---------------------->
พระไตรปิฎกไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๑๗ ข้อที่ ๒๖๓ - ๒๗๓

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น