2 เมษายน 2561

ทางแห่งถ้อยคำที่คนอื่นจะพึงกล่าว ๕ ประการ


ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ทางแห่งถ้อยคำที่บุคคลอื่นจะพึงกล่าวกะท่าน มีอยู่ ๕ ประการ คือ
กล่าวโดยกาลอันสมควรหรือไม่สมควร ๑
กล่าวด้วยเรื่องจริงหรือไม่จริง ๑
กล่าวด้วยคำอ่อนหวานหรือคำหยาบคาย ๑
กล่าวด้วยคำประกอบด้วยประโยชน์หรือไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ๑
มีจิตเมตตาหรือมีโทสะในภายในกล่าว ๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เมื่อบุคคลอื่นจะกล่าวโดยกาลอันสมควรหรือไม่สมควร ก็ตาม
จะกล่าวด้วยเรื่องจริงหรือไม่จริง ก็ตาม
จะกล่าวถ้อยคำอ่อนหวานหรือหยาบคาย ก็ตาม
จะกล่าวถ้อยคำประกอบด้วยประโยชน์หรือไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ก็ตาม
จะมีจิตเมตตาหรือมีโทสะในภายในกล่าว ก็ตาม

ดูกรภิกษุทั้งหลาย
แม้ในข้อนั้น พวกเธอพึงศึกษาอย่างนี้ว่า
จิตของเราจักไม่แปรปรวน
เราจักไม่เปล่งวาจาลามก
เราจักอนุเคราะห์ด้วยสิ่งอันเป็นประโยชน์
เราจักมีจิตเมตตา ไม่มีโทสะในภายใน
เราจักแผ่เมตตาจิตไปถึงบุคคลนั้น และเราแผ่เมตตาจิต อันไพบูลย์ ใหญ่ยิ่ง หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีพยาบาท ไปตลอดโลก ทุกทิศทุกทาง ซึ่งเป็นอารมณ์ของจิตนั้น ดังนี้

ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เธอทั้งหลายพึงศึกษาด้วยอาการดังที่กล่าวมา นี้แล.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เปรียบเหมือนบุรุษ ถือเอาจอบและตะกร้ามาแล้ว กล่าวอย่างนี้ว่า เราจักกระทำแผ่นดินอันใหญ่นี้ไม่ให้เป็นแผ่นดิน ดังนี้ เขาขุดลงตรงที่นั้นๆ โกยขี้ดิน ทิ้งในที่นั้นๆ บ้วนน้ำลายลงในที่นั้นๆ ถ่ายปัสสาวะรดในที่นั้นๆ แล้วสำทับว่าเองอย่าเป็นแผ่นดินๆ ดังนี้

ดูกรภิกษุทั้งหลาย
พวกเธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน บุรุษนั้นจักทำแผ่นดิน อันใหญ่นี้ไม่ให้เป็นแผ่นดินได้หรือไม่?

ภิ. ไม่ได้ พระเจ้าข้า

ข้อนั้น เพราะเหตุไร?
เพราะเหตุว่าแผ่นดินอันใหญ่นี้ ลึกหาประมาณมิได้ เขาจะทำแผ่นดินอันใหญ่นี้ ไม่ให้เป็นแผ่นดินไม่ได้ง่ายเลย ก็แลบุรุษนั้นจะต้องเหน็ดเหนื่อยลำบากเสียเปล่าเป็นแน่แท้ ดังนี้ แม้ฉันใด

ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ทางแห่งถ้อยคำที่บุคคลอื่นจะพึงกล่าวกะท่านมีอยู่ ๕ ประการ คือ
กล่าวโดยกาลอันสมควรหรือไม่สมควร ๑
กล่าวด้วยเรื่องจริงหรือไม่จริง ๑
กล่าวด้วยคำอ่อนหวาน หรือคำหยาบคาย ๑
กล่าวด้วยคำประกอบด้วยประโยชน์ หรือไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ๑
มีจิตเมตตาหรือมีโทสะในภายในกล่าว ๑
ก็ฉันนั้นเหมือนกัน

ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เมื่อบุคคลอื่นจะกล่าวโดยกาลอันสมควรหรือไม่ควร ก็ตาม
จะกล่าวด้วยเรื่องจริงหรือไม่จริง ก็ตาม
จะกล่าวด้วยถ้อยคำอ่อนหวานหรือหยาบคาย ก็ตาม
จะกล่าวถ้อยคำประกอบด้วยประโยชน์ หรือไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ก็ตาม
จะมีจิตเมตตาหรือมีโทสะในภายในกล่าว ก็ตาม

ดูกรภิกษุทั้งหลาย
แม้ในข้อนั้น พวกเธอพึงศึกษาอย่างนี้ว่า
จิตของเราจักไม่แปรปรวน
เราจักไม่เปล่งวาจาที่ลามก
เราจักอนุเคราะห์ ด้วยสิ่งที่เป็นประโยชน์
เราจักมีจิตเมตตา ไม่มีโทสะภายใน
เราจักแผ่เมตตาจิตไปถึงบุคคลนั้น
และเราจักแผ่เมตตาจิตอันเสมอด้วยแผ่นดิน ไพบูลย์ ใหญ่ยิ่ง หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มี พยาบาท ไปตลอดโลก ทุกทิศทุกทาง ซึ่งเป็นอารมณ์ของจิตนั้น ดังนี้

ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เธอทั้งหลายพึงศึกษาด้วยอาการดังที่กล่าวมานี้แล.


--------------------------------------
พระไตรปิฎกไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๑๒ ข้อที่ ๒๖๗ - ๒๖๘