4 มกราคม 2560

วิภังคสูตร - อริยมรรค ๘

  

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
เราจักแสดง จักจำแนกอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง อริยมรรคนั้น จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว
          
ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ก็อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เป็นไฉน? 

คือ   
สัมมาทิฏฐิ ๑ 
สัมมาสังกัปปะ ๑ 
สัมมาวาจา ๑ 
สัมมากัมมันตะ ๑ 
สัมมาอาชีวะ ๑ 
สัมมาวายามะ ๑ 
สัมมาสติ ๑ 
สัมมาสมาธิ ๑.      

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ก็สัมมาทิฏฐิเป็นไฉน?
        
ความรู้ในทุกข์ ในทุกขสมุทัย ในทุกขนิโรธ ในทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา นี้เรียกว่า สัมมาทิฏฐิ.
    
ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ก็สัมมาสังกัปปะเป็นไฉน?
        
ความดำริในการออกจากกาม ความดำริในอันไม่พยาบาท ความดำริในอันไม่เบียดเบียน นี้เรียกว่า สัมมาสังกัปปะ.        

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ก็สัมมาวาจาเป็นไหน?
        
เจตนาเครื่องงดเว้นจากพูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ นี้เรียกว่า สัมมาวาจา.
       
ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ก็สัมมากัมมันตะเป็นไฉน?
        
เจตนาเครื่องงดเว้น จากปาณาติบาต อทินนาทาน จากอพรหมจรรย์ นี้เรียกว่า สัมมากัมมันตะ.    
    
ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ก็สัมมาอาชีวะเป็นไฉน?
        
อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ละการเลี้ยงชีพที่ผิดเสีย สำเร็จชีวิตอยู่ด้วยการเลี้ยงชีพที่ชอบ นี้เรียกว่า สัมมาอาชีวะ.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
สัมมาวายามะเป็นไฉน?
        
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ยังฉันทะให้เกิด พยายาม ปรารถนาความเพียร ประคองจิตไว้ ตั้งจิตไว้ เพื่อมิให้อกุศลธรรมอันลามกที่ยังไม่เกิดบังเกิดขึ้น เพื่อละอกุศลธรรมอันลามกที่บังเกิดขึ้นแล้ว เพื่อให้กุศลธรรมที่ยังไม่เกิดบังเกิดขึ้น พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิตไว้ ตั้งจิตไว้ เพื่อความตั้งมั่น ไม่ฟั่นเฟือนเพิ่มพูน ไพบูลย์ เจริญ บริบูรณ์ แห่งกุศลธรรมที่บังเกิดขึ้นแล้ว นี้เรียกว่า สัมมาวายามะ.  

ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ก็สัมมาสติเป็นไฉน?
        
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ 
ย่อมพิจารณา เห็นกายในกายเนืองๆ อยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ พึงกำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสีย 
ย่อมพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาเนืองๆ อยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ พึงกำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสีย 
ย่อมพิจารณาเห็นจิตในจิตเนืองๆ อยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ พึงกำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสีย 
ย่อมพิจารณาเห็นธรรมในธรรม เนืองๆ อยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ พึงกำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสีย นี้เรียกว่า สัมมาสติ.    
      
ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
ก็สัมมาสมาธิเป็นไฉน?
        
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ 
สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม บรรลุปฐมฌาน มีวิตกวิจาร มีปีติและสุขเกิดแต่วิเวกอยู่ 
เธอบรรลุทุติยฌาน มีความผ่องใสแห่งจิตในภายใน เป็นธรรมเอกผุดขึ้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เพราะวิตกวิจารสงบไป มีปีติและสุขเกิดแต่สมาธิอยู่ 
เธอมีอุเบกขา มีสติ มีสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยนามกาย เพราะปีติสิ้นไป บรรลุตติยฌานที่พระอริยเจ้าทั้งหลายสรรเสริญว่า ผู้ได้ฌานนี้เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติ อยู่เป็นสุข 
เธอบรรลุจตุตถฌาณ ไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข เพราะละสุข ละทุกข์ และดับโสมนัสโทมนัสก่อนๆ ได้ มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่ นี้เรียกว่า สัมมาสมาธิ.
                         
จบ สูตรที่ ๘            
                             
-------------------------
พระไตรปิฎกไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๑๙  ข้อที่ ๓๓ - ๔๑