ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงขันธ์ ๕ และอุปาทานขันธ์ ๕ เธอทั้งหลายจงฟัง
ขันธ์ ๕ เป็นไฉน?
รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ อันใดอันหนึ่ง
ทั้งที่เป็น อดีต อนาคต ปัจจุบัน
เป็นภายในก็ตาม ภายนอกก็ตาม
หยาบก็ตาม ละเอียดก็ตาม
ทรามก็ตาม ประณีตก็ตาม
ไกลหรือใกล้ก็ตาม
เหล่านี้ เรียกว่า ขันธ์ ๕
อุปาทานขันธ์ ๕ เป็นไฉน?
รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ อันใดอันหนึ่ง
ทั้งที่เป็น อดีต อนาคต ปัจจุบัน
เป็นภายในก็ตาม ภายนอกก็ตาม
หยาบก็ตาม ละเอียดก็ตาม
ทรามก็ตาม ประณีตก็ตาม
ไกลหรือใกล้ก็ตาม
ที่ประกอบด้วยอาสวะ เป็นที่ตั้งแห่งอุปาทาน เหล่านี้เรียกว่า อุปาทานขันธ์ ๕
ขันธ์ ๕ เป็นไฉน?
รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ อันใดอันหนึ่ง
ทั้งที่เป็น อดีต อนาคต ปัจจุบัน
เป็นภายในก็ตาม ภายนอกก็ตาม
หยาบก็ตาม ละเอียดก็ตาม
ทรามก็ตาม ประณีตก็ตาม
ไกลหรือใกล้ก็ตาม
เหล่านี้ เรียกว่า ขันธ์ ๕
อุปาทานขันธ์ ๕ เป็นไฉน?
รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ อันใดอันหนึ่ง
ทั้งที่เป็น อดีต อนาคต ปัจจุบัน
เป็นภายในก็ตาม ภายนอกก็ตาม
หยาบก็ตาม ละเอียดก็ตาม
ทรามก็ตาม ประณีตก็ตาม
ไกลหรือใกล้ก็ตาม
ที่ประกอบด้วยอาสวะ เป็นที่ตั้งแห่งอุปาทาน เหล่านี้เรียกว่า อุปาทานขันธ์ ๕
(สํ.ข. ๑๗/๙๕-๙๖/๕๘-๖๐)
ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมทั้งหลายซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งอุปาทาน และตัวอุปาทาน เธอทั้งหลายจงฟัง
รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ คือ ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งอุปาทาน
ฉันท ราคะ (ความชอบใจจนติด หรืออยากอย่างแรงจนยึดติดยึดถือ หรือก็คือตัณหา) ใน รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ นั้นคือ อุปาทานในสิ่งนั้นๆ
(สํ.ข. ๑๗/๓๐๙/๒๐๒)